Just another WordPress.com site

แผ่นดินเดือด – ไลบ์ชแตนดาร์เตอ (4)


แผ่นดินเดือด – ไลบ์ชแตนดาร์เตอ (4)

 

 

The Ultimate Test

สงคราม ในรัสเซียไม่มีใครยอมใคร รุนแรง และโหดเหี้ยมถึงขีดสุด แม้ว่าเยอรมันจะสู้ทุกวิถีทาง แต่รัสเซียก็ยังยืนหยัดต่อต้านอย่างแข็งขัน ทั้งสองขัดแย้งในเชิงอุดมการณ์ จึงไม่แปลกที่ไลบ์ชแตนดาร์เตอจะถูกยื่นข้อหาอาชญากรรมสงครามอีกครั้ง เซ็ปป์ ดีทริกออกคำสั่งในระยะเวลา3วัน เชลยทุกคนที่ถูกจับกุม จะถูกยิงเพื่อเป็นการแก้แค้นให้กับการทรมานและฆ่าทหารเยอรมัน6นาย ผู้ซึ่งถูกสังหารโดยกองทัพแดง

 

จากบรรทัดฐานของเหล่าเหตุการณ์สยดสยองในรัสเซีย การยิงสังหารเชลยศึกในครั้งนี้แทบจะเป็นเรื่องเล็กน้อย กองทัพเยอรมันก่ออาชญากรรมสงครามหลายพันครั้ง รวมไปถึงการโต้ตอบอย่างสยดสยองต่อชีวิตของประชาชน ในรัสเซียความโหดเหี้ยมและความป่าเถื่อนไม่ได้จำกัดเฉพาะกับคนในเอสเอส แต่กองทัพสามัญของเยอรมันก็มีส่วนในการสังหารหมู่ผู้บริสุทธิ์ อย่างน้อยส่วนหนึ่ง พวกเขาต้องรับโทษจากการตายของเชลยรัสเซียหลายแสนราย

 

สัมภาษณ์ 14 บทบาทของกองพลไลบ์ชแตนดาร์เตอในรัสเซียเพิ่มเป็น2เท่า หนึ่ง ในการสู้รบกับกองทหารสามัญรัสเซีย ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ปี1941 จนกระทั่งปี1943 โดยมันเกี่ยวข้องกับการรบที่หนักหน่วงและเคยถูกทำลายยับเยินในสมรภูมิแห่งนี้ มันยังมีส่วนในยุทธการต่อต้านหน่วยกองโจร, ต่อต้านยิว และต่อต้านรัสเซีย อีกนัยหนึ่งมันมีส่วนในการฆาตกรรม โดยมีเบื้องหลังในการกวาดล้างคอมมิวนิสต์ ลดจำนวนประชากรรัสเซีย รวบรวมและฆ่าชาวยิว มันจึงมีบทบาทสำคัญในสงครามแห่งอุดมการณ์ ซึ่งนาซีกำลังสู้รบกับรัสเซีย

 

ฝ่ายศัตรู รัสเซียเองก็ไม่ได้ต่อสู้อย่างขาวสะอาดเช่นกัน มีเหตุการณ์หลายพันครั้งที่ทหารเยอรมันถูกทรมาน หรือสังหารทั้งโดยกองทัพแดง และบ่อยกว่านั้น โดยทหารกองโจรที่ใช้ยุทธการซุ่มโจมตีด้านหลัง ในสงคราม ที่ซึ่งไม่มีฝ่ายใดเข้าร่วมการประชุมเจนีวา ผลกระทบที่ตามมาคือการใช้ความป่าเถื่อนรุนแรงจนยากที่จะเข้าใจ

 

เหตุการณ์คู่ขนานที่เกิดขึ้นพร้อมกัน คือไลบ์ชแตนดาร์เตอเดินหน้าบุกผ่านภาคใต้ของรัสเซีย พวกเขายึดครองดินแดนได้กว้างขวาง จับกุมเชลยหลายพันคน และทำลายรถถังหลายร้อยคัน ระหว่างการรบที่ดุเดือดเพื่อเข้ายึดรัสเซีย ไลบ์ชแตนดาร์เตอประจำอยู่ที่แนวหน้ากองทัพเสมอ ในสมรภูมิที่พวกเขาต้องเดินทาง1,600กิโลเมตร ในเวลาแค่4เดือน

 

สิงหาคม1942 หลัง2ปีแห่งความสำเร็จต่อเนื่อง ไลบ์ชแตนดาร์เตอพบกับความปราชัย เป็นครั้งแรก มันเกิดขึ้นที่เมืองรอสตอฟ-ออน-ดอน ภายหลัง8วันแห่งการต่อสู้แบบแลกหมัด การบุกลืมตายของกองพลถูกหยุดลงในที่สุด

 

ทหารที่รอดตายเหนื่อยล้าถึงขีดสุด และไลบ์ชแตนดาร์เตอต้องตกเป็นฝ่ายตั้งรับ

พวกเขายืนกรานอยู่ใกล้ๆรอสตอฟ-ออน-ดอนในฤดูหนาวแรกของสงคราม และในต้นฤดูร้อนปี1942 ส่วนที่เหลือของกองพล ถูกสั่งการให้กลับไปฝรั่งเศส ในระหว่างเดือนสิงหาคม ถึง19กันยายน1942 มันได้ยกระดับเป็นกองพลแพนเซอร์เกรนาเดียร์ติดอาวุธพร้อมสรรพ

นี่เป็นการพักรบในระยะเวลาที่สั้นมาก และไลบ์ชแตนดาร์เตอก็กลับสู่รัสเซียทันทีเพื่อเข้าร่วมในสมรภูมิอันเลวร้ายในฤดูหนาวปี1942-1943

พวกเขาโชคดีที่ไม่ได้เข้าร่วมกับกองทัพที่6 ในหายนะที่สตาลินกราด แต่พวกเขาก็สามารถแก้แค้น โดยการกำชัยชนะครั้งสำคัญในช่วงปลายสงครามให้แก่เยอรมัน แต่น่าขบขันที่มันเริ่มต้นด้วยการพ่ายแพ้ จุดเริ่มต้นของหายนะที่สตาลินกราด กองทัพรัสเซียเสริมกำลังรบเข้าสู่คาร์คอฟ

 

ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ กองทัพฯเอสเอสแพนเซอร์โฉมใหม่ประเดิมสนามรบ ฮิตเลอร์สั่งว่ากองทัพฯควรจะเร่งทัพเข้าสู่แนวรบตะวันออกให้เร็วที่สุด กองทัพฯใหม่นี้ประกอบด้วย3กองพลเอสเอส ได้แก่ กองพลไลบ์ชแตนดาร์เตอ, กองพลดาส ไรช์, และกองพลทอเทนคอฟ ทั้ง3หน่วยรบพิเศษนี้ ได้เสริมกำลัง และได้ติดตั้งอาวุธยุทโปกรณ์ใหม่ที่ดีที่สุดอย่างพรั่งพร้อม ตัวอย่างเช่น ในกรณีของกองพลไลบ์ชแตนดาร์เตอ ทุกกองพันมีรถถังไทเกอร์ที่น่าเกรงขาม ทั้งที่มันมีอยู่ในจำนวนจำกัด

 

พวกเขายังได้รับความสำคัญสูงสุดสำหรับการข้ามเส้นทางรถไฟในรัสเซียที่ซับซ้อน

นี่เป็นการตัดสินใจที่สำคัญ เพราะมันจำเป็นต่อเยอรมันในการเอาชนะอุปสรรคจากเส้นทางการคมนาคมที่ยากลำบาก ซึ่งเป็นปัญหาที่ไม่จบสิ้น ของแนวรบตะวันออก

 

การเสริมกำลังรบของกองทัพฯเอสเอสแพนเซอร์ แสดงผลในทันที เริ่มต้นจากปลายทาง มีการกระหน่ำโจมตีทหารรัสเซียที่พบเห็นในบริเวณคาร์คอฟ กองพลไลบ์ชแตนดาร์เตอเริ่มการรบในทันทีหลังเสร็จสิ้นการจัดแถว อย่างไรก็ตามการมีอยู่ของกองทัพฯเอสเอสแพนเซอร์ไม่เพียงพอที่จะรับประกันว่าเมืองในอาณัติคาร์คอฟ ยังอยู่ในกำมือเยอรมัน แม้ปฏิบัติการเบื้องต้นของกองทัพฯเอสเอสแพนเซอร์จะพบความสำเร็จ แต่15กุมภาพันธ์1943 ปรากฏว่ากองทัพฯเอสเอสแพนเซอร์ใหม่ กำลังถูกโอบล้อมอยู่ในคาร์คอฟ

 

ฮิตเลอร์ ได้ออกคำสั่งที่น่าขายหน้ายืนหยัด[1] สั่งการให้แนวรับในคาร์คอฟ ดำเนินภารกิจต่อไป เหมือนว่าชะตากรรมของพวกเขาจะสะท้อนไปถึงแนวรับในสตาลินกราด กองฯเอสเอสแพนเซอร์ที่1เคราะห์ดีที่มีแม่ทัพ พอล เฮาเซอร์ ผู้เตรียมฝ่าฝืนฮิตเลอร์เพื่อรักษากองฯจากการถูกทำลาย ในการฝ่าฝืนคำสั่งพิเศษของผู้นำ เขาถอนกำลังพลออกจากเมือง และคาร์คอฟก็ถูกยึดครองซ้ำ ท่ามกลางการเฉลิมฉลองของทัพโซเวียต เมื่อ16กุมภาพันธ์1943

 

ฮิตเลอร์ คลุ้มคลั่งบันดาลโทสะ เขาบินไปกองบัญชาการของกองทัพฝ่ายใต้ด้วยตัวเอง เพื่อที่จะขอคำชี้แจงจากจอมพลวอน มันชไตน์

 

สัมภาษณ์ 14 การตัดสินใจ ถอนทัพไลบ์ชแตนดาร์เตอ และหน่วยรบเอสเอสอื่นๆจากคาร์คอฟ นับว่าเป็นหนึ่งใน การตัดสินใจที่กล้าหาญ แม่ทัพ พอล เฮาเซอร์ คาดการณ์ได้แม่นยำ ว่าการปล่อยกองทัพไว้ในคาร์คอฟ จะนำพวกเขาสู่ความพินาศ อีกครั้ง เขาเป็นหนึ่งในแม่ทัพไม่กี่คน ที่พร้อมจะท้าทายฮิตเลอร์ ท่ามกลางความจริงที่ว่าฮิตเลอร์กำลังเดือดดาล และใช้เครื่องบินส่วนตัวเพื่อมาพบวอน มันชไตน์ เฮาเซอร์ทำถูกต้องเคียงข้างทหารของเขา

 

ชื่อเสียงของหน่วยรบส่วนตัวที่เขาโปรดปรานได้มัวหมองลง ท่ามกลางการสบถเกรี้ยวกราด ฮิตเลอร์ต้องการยึดคืนคาร์คอฟอย่างเร่งด่วน ครานี้เป็นเวลาแห่งเกียรติยศ เมืองได้ถูกยึดครองซ้ำ เพื่อการฟื้นฟูชื่อเสียงของเอสเอส

 

ท่ามกลางสถานการณ์การรบที่เสียเปรียบ ซึ่งกำลังเคลื่อนตัวเข้าปะทะกองทัพเยอรมันที่อยู่ในภาวะกดดัน กองฯเอสเอสแพนเซอร์ที่1 สามารถดำเนินการรุกกลับอย่างกล้าหาญ อาศัยยุทธวิธีรุก3ทางโดยแต่ละกองพลที่อยู่ในกองทัพ จนคาร์คอฟ คืนสู่อาณัติของเยอรมัน เมื่อ16มีนาคม1943

 

การสู้รบเพื่อเข้ายึดครองคาร์คอฟ เป็นหนึ่งในการต่อสู้ที่หนักหนาสาหัสที่สุดเท่าที่

ไลบ์ชแตนดาร์เตอได้เคยประสบมา ในบทบาทการรบที่ดุเดือดและเลวร้ายเหนือธรรมดา ทหารรัสเซียยังคงฮึกเหิมจากการยึดครองเมือง พิสูจน์ได้ว่ามันเป็นงานหินในการที่จะรุกขับไล่แนวรับที่แน่วแน่จากฐานที่มั่นในซากปรักหักพังของเมืองซึ่งได้ถูกเปลี่ยนมือเป็นครั้งที่2 ภายในระยะเวลาหลายเดือน ในสนามรบที่ดุเดือด เต็มไปด้วยการรบเสี่ยงตาย เป็นการฟื้นฟูชื่อเสียงให้แก่กองทัพฯเอสเอสแพนเซอร์ ในสายตาของท่านผู้นำ

 

การยึดคืนคาร์คอฟเป็นความสำเร็จครั้งสุดท้ายของทหารเยอรมันในแนวรบตะวันออก ในเวลาเดียวกัน กองทัพฯเอสเอส แพนเซอร์ ก็พิสูจน์ให้เห็นถึงความเก่งกาจ และศักยภาพในสนามรบ แต่ชัยชนะที่คาร์คอฟก็ได้มาจากการเสี่ยงภยันตราย

ตอนนี้ฮิตเลอร์เชื่อว่าหน่วยรบวาฟเฟน เอสเอสของเขาสามารถที่จะบรรลุภารกิจใดๆก็ตามที่ได้รับมอบหมาย ในเดือนปีต่อๆมา เหล่าภารกิจสุดโหด เป็นงานยากที่แทบจะเป็นไปไม่ได้

 

ทรัพยากรเสริมที่ส่งมาเพื่อกู้สถานการณ์มีจำนวนจำกัด ไม่เพียงพอต่อความต้องการของกองกำลังขนาดใหญ่ ในช่วงเวลาต่อๆมา กองทัพฯเอสเอส แพนเซอร์ยังคงต่อสู้ด้วยความกล้าหาญ แต่เส้นทางข้างหน้าเป็นทางลาดสู่ ความปราชัย

 

หลังสมรภูมิคาร์คอฟ สงครามอยู่ในภาวะชะงักงัน กองทัพเยอรมันในรัสเซียรวบรวม

กำลังพล สำหรับการรบซึ่งฮิตเลอร์รู้ดีว่า มันเป็นโอกาสสุดท้ายที่จะชนะสงคราม นี่คือปฏิบัติการซิทาเดล หนึ่งในการรบครั้งใหญ่สุดจากสงครามทั้งหมด

 

>>>>> โปรดติดตามตอนต่อไป <<<<<


[1] คำสั่ง ยืนหยัด = “Hold Firm”

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s