Just another WordPress.com site

แผ่นดินเดือด – ไลบ์ชแตนดาร์เตอ (3)


แผ่นดินเดือด – ไลบ์ชแตนดาร์เตอ (3)
 
 
 
The Dark Side 
 

ผู้นำปลาบปลื้มกับผลงานของกองพลส่วนตัว แต่พวกเราไม่มีบันทึกเกี่ยวกับท่าทีของเขาต่อข่าวการทารุณกรรมครั้งแรกโดยคนในไลบ์ชแตนดาร์เตอ กองร้อยปืนใหญ่ นับจากจุดเริ่มต้น การรบครั้งแรก เกียรติภูมิทหารของเอสเอส ก็ต้องมัวหมอง

จากบันทึกแรกที่ต่อมาจะกลายเป็นเหตุการณ์ปกติ การทารุณกรรม เกิดขึ้นเมื่อคนในกองร้อยปืนใหญ่มีส่วนในการสังหารหมู่ชาวยิว50คน ที่ถูกไล่ต้อน ควบคุมตัวในโบสถ์ และสังหารอย่างเลือดเย็น

 

ทหารในกองประจำการประกาศว่ามันเป็นการกระทำที่ป่าเถื่อน วอน รันสเตดท์ยืนยันว่าผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องเข้าสู่ศาลทหาร แต่ทว่า ไฮน์ริก ฮิมเลอร์สามารถที่จะโน้มน้าวฮิตเลอร์ ในการปกป้องคนผิดจากการเผชิญหน้ากับการตัดสินที่ไม่แน่นอนของกองประจำการ

 

แม้ว่าพวกเขาจะรอดพ้นจากอำนาจศาล มีเหตุการณ์รองรับแก้ต่างข้อพิรุธ ซึ่งจะเกิดขึ้นเสมอๆระหว่างพวกเขากับเอสเอส

เป็นที่ทราบกันดี อย่างมีมูลเหตุ ว่าไลบ์ชแตนดาร์เตอพอใจกับสถานะพิเศษ ในการขึ้นตรงต่อผู้นำ และในความสัมพันธ์กับเหล่านายพล ซึ่งในเชิงทฤษฎีมีอำนาจควบคุมกองพลทั้งหมด เป็นเรื่องที่น่าหวาดวิตก

 

ก่อนการรุกรานฝรั่งเศส ไลบ์ชแตนดาร์เตอขยายตัวอีกครั้ง ตอนนี้มันได้ยกระดับสู่กองพลยานยนต์พร้อมสรรพ ซึ่งได้สร้างความขุ่นข้องใจให้แก่ทหารในกองประจำการ ว่า ไลบ์ชแตนดาร์เตอได้รับการปฏิบัติอย่างพิเศษ ในการติดตั้งอาวุธยุทโธปกรณ์

 

สัมภาษณ์ 9 พวกเขาได้รับการอุปถัมภ์ในระดับสูง พวกเขามีฮิมเลอร์ในที่สุด เป็นผู้นำ ผู้อุปถัมภ์ และฮิมเลอร์ ถัดจากเกอริ่ง เป็นบุคคลที่สำคัญที่สุดของไรช์

ฮิตเลอร์ไว้ใจฮิมเลอร์ และฮิมเลอร์เป็นผู้ดูแลความมั่นคง เขาเป็นบุคคลที่ทรงอำนาจ และเมื่อถึงเวลาจัดสรรยุทโธปกรณ์ ให้ทัพของเขา เขาอยู่ในฐานะที่เอื้อต่อการเช่นนี้

เขาต้องการยุทโธปกรณ์ที่ดีที่สุด เพื่อทัพของเขา และเขาทำได้สำเร็จ

 

สัมภาษณ์ 10 ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องจริงที่การสนับสนุนของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ และฮิมเลอร์ ผู้นำของหน่วยเอสเอส เท่ากับว่ากองพลวาฟเฟน เอสเอส แพนเซอร์ ได้รับสิทธิพิเศษ ในแง่ของการมีอาวุธหนัก, รถถัง, ปีนใหญ่ และอื่นๆ และใน2ปีสุดท้ายของสงคราม โดยทั่วไป กองพลเอสเอส แพนเซอร์ ได้ติดตั้งอาวุธฯดีกว่า เหล่าทหารในกองทัพเดียวกัน

 

ท่ามกลางข้อเท็จจริงที่ว่าพวกเขาเป็นกองพลยานยนต์ และไม่ใช่หน่วย

องครักษ์แพนเซอร์ ไลบ์ชแตนดาร์เตอมีรถถังแพนเซอร์4เป็นอาวุธสำรอง รวมไปถึงการเบิกอาวุธใหม่ล่าสุดจากคลังสรรพวุธเยอรมัน ในรูปแบบของปืนจู่โจมอัตตาจร[1]ชเติร์มเกสชุทซ์

 

ทัพที่สุดแกร่งนี้ มีส่วนร่วมในการรุกรานฮอลแลนด์ ที่ซึ่งพวกเขาพบการต้านทาน

เพียงเล็กน้อยจากทหารดัตซ์ที่ตื่นตระหนก ซึ่งยังช็อกกับการจู่โจมแบบฉับพลันของกองทหารพลร่มเยอรมัน

 

> > > > > > > > > >

 

 

Dogs of War

 

 

ถัดจากฮอลแลนด์ กองพลฯเคลื่อนทัพลงใต้ เพื่อเข้าร่วมการรบในฝรั่งเศส และเมื่อ 24 พฤษภาคม ไลบ์ชแตนดาร์เตอได้รุกเข้าฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ ของดันเคิร์กเมืองที่ถูกโอบล้อม ที่ซึ่งกองฯรบนอกประเทศ[1]บริติช ถูกจับกุมโดยกองทัพเยอรมัน

แต่ในตอนนี้ ฮิตเลอร์กลับออกคำสั่งพิเศษ เพื่อหยุดการเคลื่อนไหวโจมตีกองทัพบริติชที่ติดอยู่ในดันเคิร์ก

 

สัมภาษณ์ 11 การตัดสินใจนี้เกิดขึ้นโดยฮิตเลอร์ สาเหตุหลักเพราะความวิตก ต่อกองพลแพนเซอร์ที่7ของรอมเมล ในวันที่21พฤษภาฯ ถูกบริติชโจมตีกลับที่อาร์ร่า นอกจากข้อเท็จจริงดังกล่าว มันเป็นตอนที่น่ากลัวสำหรับเยอรมัน กล่าวคือฮิตเลอร์ไม่อยากเสียกองพลแพนเซอร์ไป ในการรบอันหนักหน่วง ที่กำลังเริ่มต้นปะทุขึ้นรอบๆคาเลส์ เพราะฉะนั้นการตัดสินใจจึงสมเหตุผล ในการให้ ทัพอากาศถล่มบริติชสู่ความพ่ายแพ้

 

โดยไม่คำนึงถึงความน่าฉงนของคำสั่ง ฮิตเลอร์เป็นคนที่ไม่มีใครกล้าขัดขืน และกองทัพเยอรมัน ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ทั้งที่ความจริงชัยชนะอันยิ่งใหญ่กำลังรออยู่ตรงหน้า

ความล่าช้านอกดันเคิร์ก อำนวยให้กองฯรบนอกประเทศบริติชหลบหนีกลับสู่อังกฤษ หนึ่งเดียวที่ฝ่าฝืนคำสั่งหยุดทัพที่ประกาศใช้ในสมรภูมิ คือไลบ์ชแตนดาร์เตอ

 

เซ็ปป์ ดีทริก ไม่ประสงค์ที่จะปฏิบัติตามคำสั่งซึ่งไร้เหตุผลทางทหาร และในฐานะคนสนิทของฮิตเลอร์ เขาไม่กลัวผลกระทบจากการไม่เชื่อฟัง ผลลัพธ์คือ ไลบ์ชแตนดาร์เตอยังคงโจมตีกองฯรบนอกประเทศบริติช และยึดครองเนินเขาแวทเทนนอกตัวเมือง ในการต่อสู้ดิ้นรน ซึ่งแสดงให้เห็นว่ากองฯบีอีเอฟ[2]ของบริติชอยู่ในสถานะที่ล่อแหลม อย่างแท้จริง

 

สัมภาษณ์ 12 อีกครั้ง ในแคมป์ฝรั่งเศส เราได้พบเพื่อนเก่าเซ็ปป์ ดีทริก เขาได้รับคำสั่งโดยตรงจากฮิตเลอร์ ให้หยุดการโจมตีทัพบริติช มีเพียงไม่กี่คนที่จะรู้ว่าดีทริกสนิทสนมกับฮิตเลอร์ และพวกเขารู้จักกันมานาน มีเพียงไม่กี่คน ที่จะกล้า ต่อต้านฮิตเลอร์โดยเจตนา และนี่อาจจะเป็นการบ่งบอกอย่างหนึ่ง ถึงข้อเท็จจริงที่ว่าดีทริก ไม่ใช่คนฉลาด

 

ขณะที่ฮิตเลอร์ยกเลิกคำสั่งหยุดเคลื่อนทัพ บริติชสามารถหลบหนีไปได้

อีกครั้งหนึ่ง แม้ว่า พวกเขาจะเป็นทหารที่เก่งกล้าสามารถ แต่มันก็แปดเปื้อนไปด้วยการก่ออาชญากรรมสงคราม ที่คอยเป็นเงาตามตัวไลบ์ชแตนดาร์เตอ

 

ครั้งนี้มีการสังหารนักโทษบริติชที่ไร้ทางสู้80ชีวิต ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับบาดเจ็บ การทารุณกรรมครั้งนี้เป็นฝีมือของกองร้อยที่7 แห่งกองพันฯไลบ์ชแตนดาร์เตอที่2 เชลยฯบริติชที่ไร้ทางสู้ถูกสังหารด้วยระเบิดมือและปืนกลไฟ ภายในยุ้งฉางที่ซึ่งเชลยถูกมัดรวมเข้าไว้ด้วยกัน

 

เหตุการณ์ได้ถูกรายงานภายหลังสงครามโดยผู้รอดตาย ที่รอดพ้นเงื้อมมือทหารเยอรมัน เราติดหนี้พวกเขาในแง่ความรู้ด้านอาชญากรรมที่ผิดธรรมดา แต่น่าสงสัยว่า อาจจะมีกรณีอื่น ที่ซึ่งไม่หลงเหลือผู้รอดตายมาบอกเล่าความจริง

 

ความคลางแคลงใจนี้เสมือนเมฆครึ้มที่ลอยเหนือข้อโต้แย้งใดๆของไลบ์ชแตนดาร์เตอในชั้นศาล และบดบังแง่มุมอื่นๆของพวกเขาในความกล้าหาญ, ความอดทน และความชำนาญในการรบ

 

การสาธิตทักษะทางการทหารเหล่านั้นของไลบ์ชแตนดาร์เตอ เกิดขึ้นในสงครามระยะสั้นที่บอลข่าน และกรีซ ไลบ์ชแตนดาร์เตอประสบความสำเร็จอย่างงดงาม เพียงแค่วันที่3ของการออกรบ ก็สามารถยึดฐานที่มั่นอันหนาแน่นของกรีก ที่โมนาสเทียร์

ต่อมา พวกเขาเข้ายึดด่านคลิดิ ที่ซึ่งทหารออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ตั้งรับอย่างแข็งขืน ถึงแม้จะถูกต้านทานโดยกองทัพบริติช ไลบ์ชแตนดาร์เตอก็ยึดครองด่านได้สำเร็จ แต่ต้องแลกด้วยชีวิตทหาร50นาย และ115คนเจ็บ

 

ที่นี่ หนึ่งในประวัติการรบที่เลื่องลือที่สุดของกองพลได้บังเกิดขึ้น สัมผัสได้ถึงจิตวิญญาณการต่อสู้ ซึ่งคนของไลบ์ชแตนดาร์เตอจำเป็นต้องมี เมื่อได้เห็นทหารล้มตายโดยห่ากระสุนข้าศึก เหล่าลูกทัพอิดออดที่จะเดินหน้าต่อ หัวหน้ากองพัน เคิร์ท ไมเยอร์ ดึงสลักระเบิดมืออย่างเยือกเย็น และโยนมันลงสู่พื้นหลังนายทหารคนท้ายสุด

การปลุกเร้าที่พิสดาร กระตุ้นทหารให้เดินหน้าบุก และด่านก็ถูกยึด ในปีหลังๆไมเยอร์มักจะรำลึกว่า หลังการรบครั้งนั้น เหล่าทหารหัวเราะเบิกบานต่อเทคนิคแบบนอกรีตของผู้นำ ในภาวะการเสี่ยงตายเช่นนั้น มันคงจะเป็นการหัวเราะอย่างพรั่นพรึง

 

หลังยึดกุมกรีซ ไลบ์ชแตนดาร์เตอพร้อมรับการทดสอบครั้งยิ่งใหญ่ การรุกรานรัสเซีย ที่นี่พวกเขาได้ฝากชื่อเสียงอย่างถาวร และชื่อเสีย ไว้โดยเท่าๆกัน

 

สำหรับศึกครั้งต่อไป ไลบ์ชแตนดาร์เตอได้ขยายกำลังเป็นกองพลยานยนต์พร้อมสรรพ และร่วมทัพกับกองทัพฝ่ายใต้ ภายใต้จอมพลวอน รันสเตดท์

 

ณ จุดเริ่มต้นของการรบ ไลบ์ชแตนดาร์เตอมีทหาร1,1000นาย แต่ในโอกาสนี้ มันได้ยกระดับเป็นกองพลแพนเซอร์ มีทั้งกองร้อยปืนใหญ่ยนต์ และกองร้อยรถถัง

ในฐานะกองพลแพนเซอร์ กำลังของไลบ์ชแตนดาร์เตอเพิ่มขึ้นเป็น20,000นาย

แต่อัตราผู้เสียชีวิตจากกองพลพิเศษนี้อยู่ในระดับสูง 4ปีแห่งการเป็นแนวหน้าให้แก่ฮิตเลอร์ แปลว่ามีทหารรวมทั้งสิ้นกว่า60,000นายเข้ารับใช้ไลบ์ชแตนดาร์เตอ ในช่วงเวลาหนึ่ง

 

สัมภาษณ์ 13 สงครามดำเนินต่อ ฮิมเลอร์ สามารถโน้มน้าวฮิตเลอร์ให้เพิ่มกำลังของกองพลเอสเอส เพื่อความสำเร็จในการเพิ่มกำลังทหาร ที่ฮิมเลอร์ต้องการ เขาจำต้องไตร่ตรองทางเลือกอื่น นอกจากชาวเยอรมันที่เข้าเกณฑ์ทหาร ดังนั้นเขาจึงจ้างคนในฝรั่งเศส, ฮอลแลนด์, นอร์เวย์, ฮังการี หรือแม้กระทั่งในโปแลนด์ และที่อื่น เขาว่าจ้างทหารหลากหลายสัญชาติ เข้าสู่เอสเอส ส่วนหนึ่งเพราะจำนวนตัวเลขกดดัน แต่ส่วนหนึ่งมาจากเหตุผลฯ โดยเขาเชื่อว่าชนเผ่าอารยันได้กระจัดกระจายไปทั่วยุโรป ตัวแทนของพวกเขาไม่ได้ปรากฏอยู่เฉพาะในเยอรมันเท่านั้น แต่ยังมีคนผมบลอนด์อยู่ในนอร์เวย์ และในฮอลแลนด์ และในที่อื่น หลายที่ เขาจึงว่าจ้างอย่างกว้างขวาง ส่วนหนึ่ง เพราะความเชื่อในการรวบรวมชนอารยัน ผนวกกับ แนวคิดบางอย่างที่กำกวม ว่าเขากำลังจะสร้างกองทัพยุโรปสายพันธุ์ใหม่ ข้อเท็จจริงคือคนเหล่านี้มาจากชาติยุโรป ยุโรปชาติอื่นๆ เข้าร่วมครูเสดแห่งเยอรมัน ซึ่งโน้มน้าวให้เข้าเชื่อว่า มันเป็นสงครามศักดิ์สิทธิ์แห่งยุโรป ต่อต้านบอลเชวิก และยิว เป็นที่น่าพึงพอใจสำหรับเขาในการบรรลุสิ่งนี้ คุณควรจดจำด้วยว่าเขามองเอสเอสเป็นอภิสิทธิชน จึงไม่เป็นเหตุผลว่าทำไมคนเก่งจะมีจำกัดอยู่เฉพาะในเยอรมัน เขาสามารถรวบรวมคนเก่งจากที่อื่นๆเข้าเป็นสมาชิก การปราศรัยครั้งหนึ่ง เขากล่าวคำพูดที่สร้างความประหลาดใจ ถึงขีดสุด กับความคิดที่จะว่าจ้างสมาชิกเอสเอสในอเมริกา

 

กองพลถูกทำลาย และสร้างใหม่ อย่างน้อย3ครั้ง ในช่วงชีวิตของมัน

และแทบทุกวันจำเป็นต้องมีการเสริมกำลังทหารใหม่ เข้าแทนที่การหลั่งไหลของผู้ตายและผู้บาดเจ็บ นับเป็นหนึ่งในการต่อสู้ที่มีการสูญเสียชีวิตมากที่สุดในประวัติศาสตร์ทหาร

 

> > > > > โปรดติดตามตอนต่อไป <<<<<


[1] ปีนจู่โจมอัตตาจร (self-propelled assault gun) / อัตตาจร = เคลื่อนที่ได้ด้วยตัวเอง

[2] กองฯรบนอกประเทศ (Expeditionary Force) = กองกำลังรบนอกประเทศ

[3] กองฯบีอีเอฟ = British Expeditionary Force (กองกำลังรบนอกประเทศบริติช)

 
Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s