Just another WordPress.com site

แผ่นดินเดือด – การคุมเชิงในอิตาลี 4 (Scorched Earth – Stalemate in Italy)


“Monte Cassino

 

หน่วยข่าวกรองพันธมิตรแน่ใจว่าวิหารในมอนตี คาสซิโน่ มีส่วนช่วยทัพเยอรมันในการสกัดทัพพันธมิตร ในการเตรียมทัพเพื่อเข้ายึดคาสซิโน่ครั้งที่ 2 พันธมิตรสั่งโจมตีทางอากาศเหนือวิหาร พวกเขาเข้าใจผิดว่าเยอรมันมีหน่วยปืนใหญ่สังเกตการณ์อยู่ในบริเวณนี้ เยอรมันออกคำสั่งให้วิหารเป็นเขตต้องห้ามทางทหาร และพวกเขายังได้เคลื่อนย้ายศิลปวัตถุที่อยู่ในภายวิหารออกไป นี่เป็นการเคลื่อนไหวที่ชาญฉลาด เพราะในวันที่ 15 ก.พ.เครื่องบินทิ้งระเบิด 229 ลำของพันธมิตรปล่อยระเบิด 450 ตันถล่มวิหาร

วิหารถูกทำลายราบคาบ และพันธมิตรหวังว่าแนวรับเยอรมันจะถูกทำลายด้วย ข้อเท็จจริงคือการถล่มวิหารจนราบเรียบเพียงช่วยให้การป้องกันบริเวณสะดวกขึ้น เมื่อโบสถ์ในวิหารถูกทำลายลง พลร่มเยอรมันเคลื่อนเข้าบริเวณที่เหลือ และจัดเตรียมแนวรับอย่างดีเลิศ

วันต่อมา 16 ก.พ. การโจมตีภาคพื้นดินเริ่มขึ้นเมื่อกองทัพนิวซีแลนด์เคลื่อนตรงเข้าสู่มอนตี คาสซิโน่ จากทางใต้ ตามแนวรถไฟ กองทัพอินเดียก็เดินหน้าและสามารถยึดเทือกเขาสเนกเฮดทางเหนือของวิหาร เยอรมันโจมตีกลับ ทัพนิวซีแลนด์ถอยร่น และการเคลื่อนทัพของอินเดียก็ถูกยับยั้ง

ไม่มีความคืบหน้าจนถึง 15 มี.ค. การโจมตีครั้งที่3ใกล้เริ่มต้น และก่อนที่ยุทธการบกจะเริ่ม เมืองคาสซิโน่ถูกโจมตีทางอากาศ เครื่องบินทิ้งระเบิด 500 ลำบินผ่านและปล่อยระเบิดกว่า 1 พันตันถล่มเมือง

มีการระดมยิงปืนใหญ่โจมตีเมืองและวิหาร การรุกภาคพื้นดินเริ่มขึ้นหลังการโหมโรงอันดุเดือดท่ามกลางสายฝนกระหน่ำ

ฝั่งเยอรมันได้ระเบิดเขื่อนเหนือแม่น้ำ และบริเวณด้านหน้าเมืองถูกน้ำท่วม พวกเขาระดมยิงปืนใหญ่จากในวิหารและโรงแรมคอนติเนนตัล ตะวันตกของคาสซิโนพันธมิตรสามารถยึดแฮงก์แมนฮิลและคาสเซิลฮิล นิวซีแลนด์หยุดเคลื่อนทัพเมื่อวันที่ 20 เพียง4วันนับจากเริ่ม เพราะเสียทหารไปกว่า 4,000 นาย

 

สัมภาษณ์ # 15 บ็อบ คารูเทอร์ส

มอนตี คาสซิโน คือ 1 ในจุดตั้งรับที่แข็งแกร่งมากๆในสมรภูมินี้ ซึ่งอิตาลีได้มอบให้แก่ผู้รุกราน อุปสรรคด่านแรกก็คือแนวแม่น้ำที่จะต้องข้าม ซึ่งผู้บุกรุกจะต้องเผชิญหน้ากับปราการทางธรรมชาตินี้ เสมือนว่ามันถูกสร้างขึ้นจากแนวคิดในการตั้งรับ

 

สัมภาษณ์ # 16 ดร.โรบิน คลิฟตัน

ผลลัพธ์จากทั้งหมดนี้ก็คือการเคลื่อนทัพทำได้ยากมาก การเคลื่อนรถถังแทบเป็นไปไม่ได้ เมฆฝนทำให้ไม่สามารถใช้ยุทธการอากาศ ยังเหลือปืนใหญ่ แต่ต้องลำเลียงกระสุนขึ้นมาขณะที่ถนนเต็มไปด้วยโคลน อิตาลีจึงเป็นที่ๆยากลำบากในการต่อสู้ สมรภูมิคาสซิโนแสดงให้เห็นอุปสรรคจากผืนดินและอากาศ

 

สัมภาษณ์ # 17 ดันแคน แอนเดอร์สัน

ฉากหนึ่งของการโจมตีทางอากาศที่น่าตื่นเต้นที่สุดในสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็คือการถล่มวิหาร แต่แน่นอนว่าเยอรมันไม่ได้อยู่ในนั้น พวกเขามีหน่วยสังเกตการณ์อยู่ในเนินเขานอกวิหาร ตอนนี้แน่นอนว่าวิหารได้ถูกทำลาย พันธมิตรเป็นผู้ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ พันธมิตรได้ทำลายแนวเขา ทำลายธรรมเนียม

บัดนี้เยอรมันสามารถยึดครองซากเมืองมอนตี คาสซิโน่ พวกเราสร้างปัญหาให้กับตัวเองโดยแท้  และแน่นอนการบุกของนิวซีแลนด์และอินเดียจบลง เช่นเดียวกับ การบุกของกองพลอื่นๆที่เงียบหายไป

 

 

จากความล้มเหลวในการรุกครั้งที่ 2 และ 3 เพื่อหยุดการคุมเชิงในคาสซิโน สถานการณ์ที่นี่ค่อนข้างเงียบสงบ เหนือขึ้นไปที่อันซิโอ ทั้ง 2 ฝ่ายพยายามทุกวิถีทางที่จะเอาชนะ แต่ยังไม่มีบทสรุปที่แน่ชัด การคุมเชิงในอิตาลีใกล้ถึงขีดสุด พันธมิตรต้องทำอะไรสักอย่าง แนวหน้าเริ่มการโจมตีอีกครั้งในวันที่ 11 พ.ค. 1944

ทัพโปแลนด์เข้าโจมตีใกล้สันเขาสเนกเฮด และกองฯอิสระฝรั่งเศสบุกเข้าตะวันตกของคาสซิโน โดยมีกองทัพอังกฤษและสหรัฐตามมาสบทบ เยอรมันเริ่มตระหนักถึงอันตรายที่ใกล้เข้ามา ได้ถอยทัพไปทางเหนือเมื่อ17 พ.ค. ทัพโปแลนด์เข้าสู่ซากวิหารมอนตีคาสซิโน่ในวันที่ 18 พ.ค. เป็นเวลา 4 เดือนนับจากวันแรกที่พันธมิตรบุกที่นี่ ชัยชนะครั้งนี้ไม่น่าปลาบปลื้มนัก เพราะเยอรมันสามารถขนเสบียงหนีไปได้อย่างไรก็ตามอังกฤษตีแนวรับเยอรมันได้เมื่อ 23 พ.ค. ที่อันซิโอพวกเขาฝ่าวงล้อมยึดหัวหาดได้สำเร็จ 2วันต่อมา วันที่ 25 พ.ค. กองฯสหรัฐที่6 และกองฯที่2 เชื่อมทัพสำเร็จ

 

ณ ตรงนี้ น่าจะเป็นชัยชนะที่เลิศเลอของพันธมิตร การตีกระหนาบเยอรมันที่ล่าถอย เพราะทัพที่พวกเรามีอยู่ในอันซิโอควรจะพบกองทัพที่ 5 และเชื่อมกำลัง

แต่นั่นไม่ใช่วิถีที่มาร์ก คลาร์กมองเห็น

มาร์ก คลาร์กต้องการเข้าโรม โรมเป็นแม่เหล็กที่ดึงดูดเขา เขาไม่คิดที่จะโอบล้อมข้าศึก เขาสั่งทหารของเขา สั่งกองพลสหรัฐฯมุ่งหน้าไปโรม เป็นที่แน่ชัด เขาเกรงว่าถ้าเขาเข้าโอบล้อมข้าศึกในอันซิโอ เมื่อนั้นอังกฤษ กองทัพอังกฤษที่8 จะเป็นผู้แรกที่เข้าสู่โรม

 

สัมภาษณ์ # 19 ดร.โรบิน คลิฟตัน

สิ่งที่น่าขบขันที่สุด แน่นอน คือการที่มาร์ก คลาร์ก นำทัพสหรัฐฯเข้าสู่โรม ละเลยโอกาสในการจับกุมเยอรมัน และนำทัพเข้าสู่โรมเมื่อ 4 มิ.ย.

วันที่ 6 มิ.ย. ทั่วทั้งโลกโจษจันถึงยุทธการในฝรั่งเศส โอเวอร์ลอร์ด

คลาร์กมีช่วงเวลาแห่งความรุ่งโรจน์แค่ 36 ชั่วโมง ก่อนที่จะถูกบดบังรัศมี

การสู้รบในอิตาลียืดเยื้อยาวนานกว่าจะมาถึงจุดนี้ ความจริงเกี่ยวกับชัยชนะอันยิ่งใหญ่ถูกเผยแพร่ในวงจำกัด มีผลต่อขวัญกำลังใจน้อย พวกเขายังไม่บรรลุภารกิจ ไพร่พลปฏิบัติหน้าที่ด้วยความท้อแท้ 

10 มิ.ย. เยอรมันประจำการที่แนววิเทอร์โบไลน์ ในศึกที่ดุเดือดพวกเขาถอยร่นมาที่แนวรับถัดไป ทรานซิเมเน่ไลน์ เมื่อ 20 มิ.ย. และในกลางเดือนก.ค. ที่โกธิคไลน์

 

สัมภาษณ์ # 20 ดร.โรบิน คลิฟตัน

การยึดครองโรมจะมีผลกระทบอย่างสูงทั้งในเชิงการเมืองและจิตวิทยาอย่างแน่นอน นี้คือเป้าหมายสุดท้าย เมืองหลวงของอิตาลี และยังเป็นเมืองหลวงที่สำคัญที่สุดในยุโรป มันอยู่ในระดับเดียวกับปารีส, เบอร์ลิน, มอสโคว ลอนดอน การยึดครองเมืองเช่นนี้จะมีผลสะท้อนเหนือมิติทางการทหาร นี่ยังเป็นหลักฐานที่ชัดเจนว่าตอนนี้อิตาลีอยู่ฝ่ายพันธมิตร และชาวอิตาลีก็อยู่ข้างพันธมิตรด้วย

 

สัมภาษณ์ # 21 บ็อบ คารูเทอร์ส

ข่าวการยึดครองโรมไม่ได้รับความสนใจมากนัก เป็นเรื่องทิ่มแทงใจสำหรับทหารที่กำลังสู้รบในอิตาลี ท้ายที่สุด มันเป็นเมืองหลวงแห่งแรกในยุโรปที่ตกเป็นของพันธมิตร เหตุผลที่มันเป็นเช่นนั้น ก็เพราะอิตาลีเป็นประเทศที่ถูกแบ่งแยกอยู่แล้ว อิตาลีเปลี่ยนข้างมาอยู่ฝ่ายพันธมิตร ซึ่งเป็นฝ่ายข้างมาก การล่มสลายของโรมได้ถูกคาดการณ์ไว้ล่วงหน้า และมันอยู่ในช่วงปลายของตารางเหตุการณ์สำคัญทั้งหมด

แน่นอน ยุทธการดี-เดย์เกิดขึ้นในวันถัดมา และได้บดบังความสำคัญของการยึดครองโรมไปเสียสิ้น เป็นอีกครั้ง ที่เหล่านักรบผู้กรำศึกในอิตาลีไม่ได้รับทั้งการยอมรับและเกียรติยศ สิ่งที่ทหารทุกคนแสวงหา

 

 

> > > > > > > > > >

 

 

แนวรับโกธิคไลน์ตั้งขึ้นในปี 1943 ตั้งแต่นั้นมามีการดำเนินการเล็กน้อยเพื่อปรับตำแหน่งแนวรับขึ้นสู่ระดับที่ต้องการ แต่ในปลาย มิ.ย.1944 แนวรับยังห่างไกลจากความพอดี ฮิตเลอร์ตระหนักถึงปัญหานี้ และเขาสั่งการว่าทัพพันธมิตรต้องถูกหยุดอยู่ทางใต้ มิ.ย.1944 มีคำสั่งว่าภารกิจนี้ต้องเสร็จสมบูรณ์

แนวรับขยายยาวออกไป 200 ไมล์ วิ่งผ่านจากทางเหนือของมัสโซฝั่งตะวันตก

ไปยังหน้าผาใกล้เปซาโร ฝั่งตะวันออก แนวรับออกแบบมาเพื่อใช้ประโยชน์จากเทือกเขาแอพเพนิน ในแนวรับนี้มีการจัดวางรถถังและปืนครกพร้อมยิง ฐานปืนกลกว่า 2,500 กระบอก ถูกตั้งไว้บนที่สูงและตำแหน่งที่ได้เปรียบ ปืนใหญ่ก็ได้ถูกจัดวางไว้ในแนวรับ อาวุธใหม่ที่ออกแบบพิเศษ คือ ป้อมปืนรถถังแพนเทอร์ 75 มม. ติดตั้งบนฐานปืนใหญ่ที่ฝังไว้อยู่ใต้ผืนดิน ความลึกของแนวรับอยู่ระหว่าง 10-12 ไมล์ ภารกิจนี้สมบูรณ์ในระหว่างมิ.ย.-ก.ค. 1944 ฝั่งตะวันออกได้รับการตรวจตราเป็นพิเศษเพราะเป็นหน้าด่านสู่หุบเขาโพ

เยอรมันได้รับบทเรียนสำคัญในระหว่างการตั้งรับที่คาสซิโน ซึ่งจะถูกนำมาปรับใช้ในโกธิคไลน์

 

 

>>>>> โปรดติดตามตอนต่อไป <<<<<

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s