Just another WordPress.com site

แผ่นดินเดือด – การคุมเชิงในอิตาลี 3 (Scorched Earth – Stalemate in Italy)


“The Gustav Line”

 

สัมภาษณ์ # 9 ดันแคน แอนเดอร์สัน

ทัพพันธมิตรเข้าประชิดซาเลอร์โน่ในคืนวันที่ 8/9 ก.ย. พวกเขาตัดสินใจผิดพลาดในปฏิบัติการสะเทินน้ำสะเทินบก เพราะเย็นวันที่ 8 ก.ย. พวกเขาได้ยินข่าวออกอากาศจากบีบีซีว่าอิตาลียอมจำนน และพวกเรามีพยานจำนวนมากว่าข่าวนั้นมีที่มาอย่างไร กองทัพเคลื่อนไหวทันที พวกเขารื่นเริง พวกเขาผ่อนคลาย และพวกเขาคิดว่าจะได้เจอกับงานง่ายเมื่อขึ้นฝั่งซาเลอร์โน่ พวกเขาเสียเหลี่ยมในการต่อสู้โดยง่าย

 

สัมภาษณ์ # 10 ดร.โรบิน คลิฟตัน

พันธมิตรใกล้พบกับความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ หายนะที่ซาเลอร์โน่ ปัญหาคือเยอรมันได้คาดการณ์ถึงการขึ้นฝั่งใกล้เนเปิ้ลส์ จึงวางกำลังหนาแน่นในบริเวณใกล้เคียงขณะเดียวกันแม่ทัพฝ่ายพันธมิตร 

นายพลสหรัฐฯ มาร์ก คลาร์ก กระจายพลในแนวกว้าง เขาขึ้นฝั่งด้านหน้า 35 ไมล์ เท่ากับว่ากองทัพที่ขึ้นฝั่งไม่สามารถช่วยเหลือกันได้ ยิ่งกว่านั้นเขาพึ่งยุทธวิธีจู่โจมโดยไม่ให้ตั้งตัว เขาตระเตรียมแผนยิงระเบิดเรือ ดังนั้นทัพของเขาจึงเข้าเทียบฝั่ง เผชิญกับการต้อนรับของข้าศึก ในที่สุดเยอรมันเห็นโอกาสที่จะขับไล่ทัพพันธมิตรกลับสู่ทะเล และเพียงสัปดาห์ ทัพเยอรมันที่แข็งแกร่งถูกส่งไปซาเลอร์โน่ เพื่อบดขยี้และยัดเยียดความปราชัยให้กับฝ่ายพันธมิตร

 

 > > > > > > > > > >

 

 

 

เคสเซลริ่งคิดล่วงหน้าถึงการป้องกันอิตาลีจากการรุกรานของพันธมิตร เขาได้ตั้งชุดแนวรับเพื่อหน่วงเหนี่ยวพันธมิตร แนวรับหลักเส้นแรกคือ กุสตาฟ ไลน์ โดยมีแนวรับอื่นๆอยู่หน้าแนวรับนี้ แต่การป้องกันไม่หนาแน่นมาก ยังมีแม่น้ำ 3 สายระหว่างที่ตั้งของพันธมิตรกับกุสตาฟ ไลน์ คือ การิกลิอาโน ราปิโด้ และซานโกร

กุสตาฟ ไลน์เริ่มจากมินทัวร์โน่ฝั่งตะวันตกไปถึงซานวิโต้ฝั่งตะวันออก

เมืองคาสซิโน่ตั้งอยู่ด้านตะวันตกของแนวรับ หลังแม่น้ำราปิโด้ เหนือคาสซิโน่ขึ้นไปคือมอนตีคาสซิโน่ ที่ตั้งของวิหารเบเนดิคทีน ที่สร้างขึ้น 529 ปีก่อน ค.ศ.

มอนตีคาสซิโน่ ครอบคลุมบริเวณรอบๆ อาทิ ทางหลวงสาย 6เส้นทางสู่โรม และหุบเขาลิรี่ มอนตีคาสซิโน่เป็นเทือกเขาเดียวที่ทอดยาวสู่ฝั่งตะวันออกจากจุดนี้

อาศัยจุดแข็งจากธรรมชาติ เคสเซลริ่งตั้งรับอย่างจดจ่อ

 

กองทัพเยอรมันในบริเวณนี้ ได้แก่ กองทัพที่14 กองพลร่มที่1 และกองฯภูเขาที่51

 

15 พ.ย. พันธมิตรเริ่มเคลื่อนทัพสู่แม่น้ำการิกลิอาโน่ โดยมีกองทัพสหรัฐฯที่5 อยู่ทางซ้าย และกองทัพอังกฤษที่8 อยู่ทางขวา

ในกองทัพอังกฤษที่8 ประกอบด้วยกองทหารแคนาดา นิวซีแลนด์ และอินเดีย

ในระหว่างวันที่ 20 พ.ย. ถึง 2 ธ.ค. กองทัพที่8 ข้ามแม่น้ำซานโกร แม้ว่าอากาศที่เหน็บหนาวจะก่อปัญหาให้กับฝ่ายพันธมิตร ท้ายปี 1943 นายพล เซอร์ฮาโรลด์ อเล็กซานเดอร์ เข้าแทนที่ ไอเซนฮาว ยึดตำแหน่งแม่ทัพในอิตาลี มอนตี้ก็จากไปและแทนที่โดยพลโท เซอร์โอลิเวอร์ ลีซ

ไอค์และมอนตี้ถูกส่งกลับไปอังกฤษเพื่อเตรียมการรบในฝรั่งเศส ทางฝั่งเยอรมัน รอมเมลได้จากอิตาลีด้วยเหตุเดียวกัน เหลือเพียงเคสเซลริ่ง ไว้บัญชาการทัพในอิตาลี

  

สัมภาษณ์ # 11 ดร.โรบิน คลิฟตัน

สถานการณ์ท้ายปี 1943 ในอิตาลีเป็นการคุมเชิง พันธมิตรรุกขึ้นจากทางใต้และได้มาถึงแนวรับหลักของเยอรมันที่ชื่อกุสตาฟ ไลน์ พวกเขามาถึงเมืองอารามในมอนตี คาสซิโน่ 70 ไมล์ทางใต้ของโรม พวกเขามาถึงนี่ในช่วงเข้าหน้าหนาว

และไม่สามารถฝ่าแนวรับไปได้ เชอร์ชิลกำลังเฝ้ามองการคุมเชิงด้วยความผิดหวัง ตอนนี้เขายังอยู่ในแอฟริกาเหนือเพื่อการพักฟื้น ตามปกติวิสัยเขาไม่ใช่คนนิ่งเฉยดูดาย เขาจึงเอาใจใส่ต่อการรบในอิตาลี

 

สัมภาษณ์ # 12 ดันแคน แอนเดอร์สัน

เขาหวาดวิตกต่อสถานการณ์ในอิตาลี เขาส่งโทรเลขไปถึงเสนาธิการในลอนดอนข้อความว่าการคุมเชิงในอิตาลีช่างน่าอดสู ตอนนี้อะไรคือปัญหาในอิตาลี

กองทัพที่5ได้เคลื่อนทัพสู่ฝั่งตะวันตก กองทัพอังกฤษที่8มุ่งหน้าสู่ฝั่งตะวันออก

และแน่นอนพวกเขาได้เคลื่อนทัพเข้าสู่แนวแม่น้ำที่มีการป้องกันหนาแน่น

กองทัพที่8บนฝั่งตะวันออกสามารถข้ามไปสู่ซานโกร ปะทะแนวรับที่ดุดันของเยอรมัน และวันที่ 8 ธ.ค. ได้เคลื่อนทัพขึ้นสู่โมโร และข้ามโมโรได้ในระหว่างวันที่

8-10 ธ.ค. ปะทะกับแนวรับเยอรมันอีกครั้ง ขณะที่กองพลแคนาดาที่1 รับภารกิจกวาดล้างเมืองออร์โทน่า ซึ่งต่อมาได้กลายเป็น 1 ในปฏิบัติการที่น่าสะอิดสะเอียนและขมขื่นที่สุดของสงครามโลกครั้งที่2 แคนาดาได้กวาดล้างทหารเยอรมันออกจากออร์โทน่าแบบห้องต่อห้อง ไม่ใช่ทีละบ้าน แต่เป็นทีละห้อง พวกเขาใช้เวลาจนถึง 28 ธ.ค. จึงกวาดล้างออร์โทน่าได้ทั้งหมด

 

 

 

> > > > > > > > > >

 

 

 

Anzio

 

วันที่ 22 ม.ค. 1944 พันธมิตรขึ้นบกที่ชายหาดอันซิโอ้ บนฝั่งตะวันตก ที่นี่ห่างจากตอนใต้ของโรมเพียง 40 ไมล์ และเป้าหมายคือการเคลื่อนทัพอย่างรวดเร็วเข้าสู่เมืองหลวงของอิตาลี พลตรีจอห์น พี ลูคัส นำกองทัพขึ้นฝั่ง พร้อมกับทัพสหรัฐฯกองฯที่ 6 ไม่ปรากฏแนวรับเยอรมัน และพลทหารหลายหมื่นก็ยึดหัวหาดได้ในวันแรก

ลูคัสเกรงว่าจะมีกับดัก เขารอจนกระทั่งพร้อมที่จะบุก ลูคัสเริ่มรุกเข้าดินแดนเมื่อ

30 ม.ค. แต่มันช้าเกินไป เคสเซลริ่งได้เร่งทัพมายังบริเวณและสกัดพันธมิตรเอาไว้ พวกเขาระดมยิงห่ากระสุนเข้าใส่หัวหาดของพันธมิตร โดยใช้อาวุธหลากหลาย อาทิ ปืนใหญ่ราง เคไฟว์ 280 มม. ที่เยอรมันให้ชื่อว่า ลีโอโพลด์ แต่พันธมิตรเรียกว่า อันซิโอ้ แอนนี่

 

สัมภาษณ์ # 13 บ็อบ คารูเทอร์ส

การปรากฏโฉมของปืนใหญ่รางคงไม่ใช่เรื่องสนุกสำหรับฝ่ายตั้งรับ แต่มันก็ไม่ถึงกับจะมาช่วยเร่งชัยชนะในสงคราม มันถูกส่งมาเพื่อการโฆษณาชวนเชื่อ อันซิโอ้ แอนนี่ดูน่าสะพรึงในภาพยนตร์ข่าว แต่จริงๆแล้วอัตราการยิงค่อนข้างช้า มันยิงกระสุนปืนใหญ่ แต่การยิงในระยะไกลยากที่จะรับรองความแม่นยำ ซึ่งเยอรมันจำเป็นต้องมีในการยับยั้งข้าศึก การปรากฏของพวกมันมีผลกระทบในเชิงจิตวิทยามากกว่าในสนามรบ

 

สัมภาษณ์ # 14 ดร.โรบิน คลิฟตัน

การขึ้นฝั่งอันซิโอ้ คือส่วนหนึ่งของแผนดั้งเดิมในปฏิบัติการล้อมโจมตี มันเป็นไม้ตายสุดท้ายที่พันธมิตรจะใช้จัดการเยอรมัน  ตอนนี้แน่นอนการบุกทะลวงไม่บรรลุผล กองทัพที่5 ไม่สามารถบุกทะลวงกุสตาฟไลน์ และกองทัพที่8 ติดชะงักอยู่ในออร์โท-น่า แต่การรุกขึ้นฝั่งอันซิโอยังเดินหน้าต่อไป นายพลคลาร์กเตือนนายพลจอห์น ลูคัส ที่กำลังนำกองฯที่6รุกขึ้นฝั่งอันซิโอ้ เขากล่าวว่า จอห์น อย่ายื่นคอออกไป ฉันเคยมาแล้วที่ ซาเลอร์โน่และเกือบจะโดนเชือด และลูคัสเองก็คลางแคลงใจในโอกาสที่จะเป็นผู้ชนะ ในบันทึกเขาพูดว่า ฉันเป็นเหมือนลูกแกะที่ถูกนำพาสู่การประหาร สะท้อนถึงสภาพจิตใจที่ไม่ปกติของเขาในยุทธการสะเทินน้ำสะเทินบก  

 

 

2 วันหลังขึ้นฝั่งอันซิโอ้ ศึกแรกที่คาสซิโน่เริ่มขึ้น ศึกครั้งนี้และการขึ้นฝั่งอันซิโอ้เป็นกลยุทธ์เพื่อล่อเยอรมันให้เข้ามาอยู่ในวงล้อม ต้นเดือน ก.พ. สหรัฐอยู่ในระหว่างโอบล้อมวิหารไปถึงตะวันออก พวกเขายึดเมาต์ คาสเทลาโน่ และมาโจล่า ฮิล

พวกเขายังเดินหน้าเข้าสู่จุด 400 หลาจากวิหารในปลายอาทิตย์แรกของก.พ.

 

ปืนใหญ่เยอรมันยันข้าศึกเอาไว้ สหรัฐฯถอยทัพหลังจากสูญพลไป 75% ทัพอินเดียเข้ารับช่วงต่อ ความตั้งใจที่จะทะลวงกุสตาฟไลน์ไม่เป็นผล แม่ทัพพันธมิตรต้องตัดสินใจสำหรับการรุกครั้งต่อไป

 

 

>>>>> โปรดติดตามตอนต่อไป <<<<<

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s