Just another WordPress.com site

ล่าสุด

**Get off one’s chest (แน่นอก ต้องยกออก)**


THH05

ศัพท์เด็ด ๆ สำนวนโดน ๆ แบบนี้ บ่องตง… หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว นอกจากเล่มนี้

สั่งซื้อคลิกเลย >> สำนวนจัดเต็ม สแลงจัดหนัก


เวลาที่เรามีเรื่องกลุ้ม หนักอกหนักใจ เขาบอกว่าอย่าเก็บไว้คนเดียว ให้ระบายออกมา ฝรั่งเขาจะใช้สำนวนว่า ‘Get off one’s chest’ (ถ้าแปลแบบดี ๆ ก็ “ยกภูเขาออกจากอก” หรือถ้าจะแปลแบบขำ ๆ ตามเพลงก็คือ “มันแน่นอก ต้องยกออก” นั่นแหละฮะ)


Get off one’s chest แปลว่า เปิดอก / ระบาย / เผยความในใจ / สารภาพ ใช้ได้กับกรณีต่าง ๆ อย่างเช่น
– มีความลับที่บอกใครไม่ได้ มีเรื่องค้างคาใจ
– มีเรื่องทุกข์ใจ มีปมในใจ มีปัญหาหนักอก มีเรื่องรบกวนจิตใจ
– มีเรื่องว้าวุ่นใจ เป็นเรื่องที่ครุ่นคิดมานาน

ตัวอย่าง
- ‘Why so serious? Tell me what it is, if you get it off your chest and you’ll feel better.’
(เครียดไปใย? มีอะไรก็บอกฉันเถอะ ถ้าเธอได้ระบายออกมาแล้วเธอจะรู้สึกดีขึ้นนะ)

– ‘I’ve been waiting to get this off my chest. I’m sorry I’ve broken your window.’
(ผมรอจังหวะที่จะสารภาพเรื่องนี้อยู่ ผมขอโทษที่ทำกระจกบ้านของคุณแตก)

‘When I Sense the Sea’ (ทะเลอารมณ์)


10616280_686246198131935_5381678805522484854_n
#หนังอีโรติก จากญี่ปุ่นอีกเรื่องที่น่าจับตาในปี 2014

‘When I Sense the Sea’ (Umi wo Kanjiru Toki) เป็นหนังที่ดัดแปลงมาจากนวนิยายคว้ารางวัลผลงานของ เคอิ นาคาซาวะ (ตีพิมพ์เมื่อปี 1978) เรื่องย่อ ๆ มีอยู่ว่านักเรียน มัธยมสาว “เอมิโกะ” รู้จักกับรุ่นพี่ “โย” ในชมรมหนังสือพิมพ์ วันหนึ่งเอมิโกะถูกโยชิงจูบแล้วคู่รักไวไฟก็มีเซ็กซ์กันแบบปุบปับ ตั้งแต่นั้นมาเอมิโกะที่ยังไม่ประสีประสาเรื่องรักดีพอก็ตกบ่วงสวาทอย่างถอน ตัวไม่ขึ้น เมื่อใดที่เธอพบโย เธอจะต้องขอมีอะไรกับเขา ในภายหลังโยได้ย้ายไปเรียนมหา’ลัยในโตเกียว ขณะที่เอมิโกะทำงานอยู่ที่ร้านดอกไม้เพียงเพื่อจะได้ใกล้ชิดโย เอมิโกะเจ็บช้ำจากการถูกโยปฏิเสธ แต่เมื่อใดที่เธอพบเขาเธอก็อดร่วมรักกับเขาไม่ได้

1077393_686246318131923_4019315033897039108_o


หนังเรื่องนี้เป็นหนังเรื่องแรกในรอบ 8 ปีของ “ยูอิ อิชิคะวะ” (Yui Ichikawa) ที่เธอได้กลับมารับบทนางเอกแบบเต็มตัวอีกครั้ง ในเรื่องนี้เธอประกบกับพระเอกรุ่นน้อง “โซซุเกะ อิเคมัตสึ” (Sosuke Ikematsu)

10410925_686247498131805_3775331793599131540_n

‘When I Sense the Sea’ จะเข้าฉายที่ญี่ปุ่นในวันที่ 13 ก.ย. นี้


ไหน ๆ ก็พูดถึง ยูอิ (Yui Ichikawa) แล้ว
หารูปของเธอมากำนัลแฟน ๆ หน่อยฮะ
(แฟน ๆ หนังญี่ปุ่นน่าจะจดจำเธอกันได้นะ เธอเคยเล่นหนังเรื่อง Ju-On และ Nana มาแล้ว)
10993_686260674797154_2025378368962153091_n
#ยูอิ สาวหน้าหวาน #พิมพ์นิยม ปีนี้เธออายุ 28 ปีแล้วนะฮะ
สมัยเข้าวงการใหม่ ๆ ใสกิ๊งยังไง ตอนนี้ก็ยังสวยใสได้อยู่ (แอ๊บแบ๊ว 555)

นานะ (Nana Tanimura)


ห๊า?? อะไรนะ?? #คัพจี !!!

10250240_685786154844606_739538968303402917_n

นานะ (Nana Tanimura) นักร้องสาวชาวญี่ปุ่นวัย 26 ปี เพิ่งจะออกอัลบั้มรูป 7 ที่เธอไปถ่ายมาจากเกาะฮาวายนะฮะ

#เซ็กซี่ขยี้หัวใจ แบบนี้ คืนนี้แอดมันฝันหวานแน่เบย

10636277_685786208177934_6567327340682610077_n 10653819_685786281511260_7116779681255963266_n 10659298_685786191511269_4033028718608939783_n

#สาวญี่ปุ่น #ไอดอล #เซ็กซี่ #บิกินี่

Clare Lee เซ็กซี่สตาร์หุ่นเซี้ยะจากเกาหลี


PS14081300120

สาวฮ็อตของคืนนี้ “คลารา ลี” (Clara Lee / 클라라)
เซ็กซี่สตาร์หุ่นเซี้ยะจากเกาหลี ที่แอดมันคัดรูปใหม่ ๆ ของเธอมาแชร์กัน!

ดารา/นางแบบผู้นี้โด่งดังเป็นพลุแตกเมื่อเธอได้รับเชิญไปขว้างลูกเบสบอลในพิธีเปิดสนามของฤดูกาลใหม่ปี 2013 ด้วยหุ่นสุดเป๊ะ และท่าทางทะมัดทะแมง ก็ทำให้เธอกลายเป็นขวัญใจหนุ่ม ๆ แดนโสมได้ไม่ยาก ต่อจากนั้นเธอก็เรียกเสียงฮือฮาด้วยโฆษณาสไปรท์สุดเซ็กซี่

ปีนี้ คลารา เคยให้สัมภาษณ์กับรายหนึ่งในเกาหลีว่า… เพื่อผิวสีแทนสวย เธอเคยมานอนแก้ผ้าอาบแดดบนชายหาดแห่งหนึ่งของไทยมาแล้วด้วย (แหม่… ฟังแล้วซี้ดเลยฮะ >< 555)

939286_901964_1252 10458017_641633529266614_3605620198967307761_n 10514693_674926999270600_4530403273589547026_n 10563176_674334015996565_896076007771441994_n 20140724014357_484789_900_1162 htm_201308179330c010c011

#สาวเกาหลี #เซ็กซี่ #หุ่นเซี้ยะ #เป๊ะเว่อร์ #บิกินี่ #อาบแดด

ตุ๊กตาจ๋า ข้ารักเจ้ายิ่ง . . .


113289_orig

เมื่อสักเดือนก่อนกระแส “ตุ๊กตายางเหมือนคนจริง” มาแรงจริง ๆ นะฮะ (ปรากฏว่าพวกสื่อออนไลน์แชร์กันมั่ว เพราะที่จริงแล้วมันมาจากหนัง AV เรื่องหนึ่ง 555 … แอดมัน qc ให้แล้ว นางเอกสวยจริง แต่หนังมันหลอน ๆ ชอบกลฮะ >< ดูแล้วปลงมากกว่าปลุก)

สำหรับใครที่ชอบหนังแนวตุ๊กตา แอดมันแนะนำเรื่องนี้ฮะ ‘Air Doll’ เป็นหนังอาร์ตที่กำกับโดย ผกก. ญี่ปุ่นชื่อดัง โครีเอดะ ฮิโรคาสุ แต่นางเอกเป็นดาราเกาหลี “แบดูนา” (Bae Doona) เรื่องราวย่อ ๆ คือน้องเป๋อที่ถูกใช้เป็นเครื่องบำบัดความเหงาและความใคร่ของชายหนุ่ม พอได้ใกล้ชิดคนมาก ๆ เข้า… เธอก็เริ่มจะมีชีวิตจิตใจเหมือนคนจริง ๆ ขึ้นมาแล้วจากนั้นก็หนีไปอยู่กับหนุ่มเจ้าของร้านวิดีโอ…

5fb60603ca76ee35f2e7

สำหรับแฟน ๆ หนังตัวยงแล้ว #โครีเอดะ นี่ถือเป็น ผกก. มือหนึ่งอีกคนของญี่ปุ่นเลยฮะ (ผลงานดัง ๆ เช่น ‘Nobody Knows’ และเรื่องล่าสุด ‘Like Father, Like Son’) ส่วนนางเอกแบดูนาก็จัดว่าเป็นนางเอกแถวหน้าของเกาหลีใต้ที่ขึ้นชื่อในวงการ หนังนานาชาติ นอกจากหนังญี่ปุ่นแล้ว เธอเคยเล่นหนังเยอรมันเรื่อง ‘Cloud Atlas’ (ฉายไปทั่วโลก) และล่าสุดยังมีหนังฮอลลีวูดเรื่อง ‘Jupiter Ascending’ ที่จะเข้าฉายในปีหน้าอีกด้วย
05
หนังเรื่องนี้นอกจากภาพสวยแล้ว นางเอกยังสวยเก๋อีกต่างหาก (แบดูนาหน้าตาสวยแบบสาวเกาหลีแท้ ๆ เลยฮะ ไม่ผ่านการศัลยกรรม จะว่าหน้าตาเธอแปลกก็แปลกนะ แต่ดูสวยเก๋มีเสน่ห์ดี ส่วนทรวดทรงแม้จะเพรียวบางไปหน่อย แต่หุ่นอ้อนแอ้นอรชรของเธอก็ยังมีส่วนเว้าส่วนโค้งที่ชวนพิศไม่น้อยเลย)

bae-doo-na Bae+Doo+Na+Portrait+Session+2009+Cannes+Film+AQ2UC8wYFgkl Du-na_Bae-07


แถม ๆ #ตุ๊กตา

ระหว่างตุ๊กตาตัวนั้น(ที่เป็นข่าว)
กับตุ๊กตาตัวนี้ แอดมันขอเลือกตัวนี้ดีกั่วฮะ 5555
153_140403154850_3_lit
“ยูกินะ” (Yukina) เป็นคอสเพลย์สาวคนดังจากญี่ปุ่นอีกคนจ้า
ชื่อเสียงของเธอดังข้ามไปถึงเมืองจีน เป็นขวัญใจของหนุ่ม ๆ ตี๋ที่ชื่นชอบสาวคอสเพลย์ไม่น้อยเลยทีเดียว

153_140403154850_2 1506400_790601367639330_329197434558789724_n s1_53aa4b364e197

Girl Power สำแดงเดช ศิลปินสาวตบเท้าครอง TOP5 ชาร์ตอเมริกา


billboard13-9

อาทิตย์นี้ Girl Power มาแรงจริง ๆ ศิลปินสาวตบเท้าครอง TOP5 ชาร์ต Billboard กันถ้วนหน้า แถมยังเป็นเพลงที่มีจังหวะคึกคัก ติ๊ดชึ่ง ตึ้งชิ๊ด กันทุกเพลงซะด้วยสิ

- Meghan Trainor นำเพลงใส ๆ น่ารัก ๆ ‘All About That Bass’ แซง Taylor Swift ขึ้นอันดับ 1 (เพลงนี้เนื้อหาดีครับ เชียร์ให้คนคิดบวกพอใจในรูปร่างของตัวเอง)

- แชมป์เก่า 2 สัปดาห์ Taylor Swift โดนแซะ จนเพลง ‘Shake It Off’ ที่มี mv เกรียน ๆ หล่นลงมา 1 อันดับ

- ส่วนเจ๊ Nicki Minaj ก็ยังเกาะอันดับ TOP3 เหนียวแน่นหนึบ กับเพลงสุดหวือหวาฮาบรรเจิด ‘Anaconda’

- อันดับ 4 Jessie J ข้ามมาสำแดงเดชทางฝั่ง US โดยมีเพื่อน ๆ ศิลปินสาวสุดฮ็อตทั้ง Ariana Grande และ Nicky Minaj มาร่วมแจมในเพลง ‘Bang Bang’ ซึ่งก็ยังต้องลุ้นกันต่อไปว่า 3 สาวจะนำเพลงขึ้นไปท้าชิงแชมป์ได้หรือไม่

- อันดับ 5 แรงขึ้นทุกขณะ สำหรับ Iggy Azalea ที่จับคู่กับสาวเฮี้ยว Rita Ora มาดวลไมล์ในเพลง ‘Black Widow’ (พอเริ่มดังตอนนี้ก็มีคนขู่ว่าจะปล่อยคลิปลับอีกแล้วล่ะครับ -_-)


อันดับ 1 US สัปดาห์ล่าสุดนะครับ

‘All About That Bass’ ผลงานของ Meghan Trainor
เพลงจังหวะ doo-wop (ดูวับ) น่ารัก ๆ เพลงนี้ส่งเสริมให้คนคิดบวก พอใจในรูปร่างของตัวเอง ซึ่งตัว Meghan เองก็เขียนเนื้อเพลงจากประสบการณ์ตรงเลย ความที่เป็นสาวเจ้าเนื้อทำให้เธอเคยรู้สึกไม่มั่นใจ และมันไม่ง่ายเลยสำหรับการเปิดใจยอมรับตัวเอง

เพลงนี้มีการเลือกใช้คำอย่างชาญฉลาด
โดยเธอเลือกใช้เสียง Bass ที่ใหญ่ท้วมแทนตัวสาวที่มีรูปร่างท้วม
ส่วนเสียง Treble ที่เล็กแหลมนั้นเป็นสื่อแทนตัวสาวผอมร่างเล็ก


ส่วนเพลงนี้คุณขอมานะฮะ (เห็นขอจั๊ง :p)

ตื๊อมาหลายอาทิตย์แล้ว แต่ก็ยังไม่ได้แชมป์สักที สำหรับ ‘Anaconda’ ของ Nicki Minaj (แต่ยอดวิวเธอแซงหน้า Taylor ไปลิ่วเลยนะฮะ ไม่รู้ทำได้ไง? 5555)

เพลงนี้ก็สอนให้คนคิดบวกนะฮะ (ไหน ๆ ก้นแม่นาง Nicky ก็ใหญ่แล้ว ดึงมาเป็นจุดขาย proudly present ซะเลย 555)

มีคนบอกว่าให้หาสาระจากเพลงนี้ให้ได้!
อะพิโถ พี่น้องครับ เพลงเขาตั้งใจทำออกมาเกรียน อย่าไปหาสาระแมวน้ำอะไรจากมันเลยครับ 55555

แต่เพลงนี้ก็มีคนวิพากษ์วิจารณ์กันมาก โดยถึงกับมีการพูดว่ามันเป็นการสร้างนิยามใหม่ให้กับ NSFW (Not Safe For Work) เลยทีเดียว เพราะนอกจากเนื้อเพลงจะใช้ศัพท์แสงที่สองแง่สองง่ามแล้ว ตัว MV เองก็หวือหวาท้าทายเหลือเกิน จนถึงกับเดือดร้อนสมาคมผู้ปกครองในบางรัฐต้องลุกขึ้นมาประท้วง เพราะเกรงว่าเพลงของ Nicky จะยั่วยุส่งเสริมให้สาว ๆ วัยทีนหรือลูกเล็กเด็กแดงใจแตก (มีคนแซะว่าสำหรับ MV ของ Nicky น่าจะใช้คำย่อใหม่ NSFS หรือ Not Safe For Society 555)

แต่ในแง่ของดนตรีแล้ว เพลง ‘Anaconda’ ถือเป็นการสำแดงอัจฉริยะภาพของ Nicky เลยนะฮะ เพราะมันเป็นการย้อนคืนสู่รากเหง้าเพลง hardcore rap ของเธอ (และถ้าใครที่เป็นแฟนเพลงแร็ปจะรู้ดีว่าการเล่าเรื่องด้วยการใช้คำจำกัดในแต่ละประโยค แถมยังต้องเรียบเรียงสัมผัสคำให้ลงตัวอีกนั้นไม่ใช่เรื่องกล้วย ๆ เลย และ Nicki ก็ทำได้ดีมาก ๆ)

เพลงนี้นอกจากจะเอาฮา เน้นเกรียนแล้ว ผมว่ามันออกแนวเสียดสีจิกกัดวงการเพลง hip-hop เล็ก ๆ ฮะ (มีฝรั่งเขาพยายามตีความสัญญะในเพลงนี้นะครับ แต่ผมว่าเขาคิดลึกไป 555 เช่น เขาบอกว่า Nicky ได้สอดแทรกประเด็นสังคม อาทิ การต่อต้านการครอบครองอาวุธปืน และการต่อต้านความรุนแรง หรือแม้แต่การเล่นกับคำว่า Anaconda และ bun ที่ส่อนัยยะทางเพศ ถ้าแปลแบบตรงตัวมันก็เปรียบดั่งการป้อนอาหารมังสวิรัติให้แก่สัตว์กินเนื้ออย่างงู โดยตัวเธอเองก็เป็นมังสวิรัติกับเขาด้วย)

ในเพลงนี้มีศัพท์สแลงเพียบเลยฮะ เช่น Anaconda (ของรักของหวงคุณผู้ชาย) และ bun (สะโพก) ส่วนคำที่เหลือคงไม่ต้องบรรยายก็ได้มั้ง เพราะมันติดเรท 555 (หรือไม่ก็ไปเปิดดูในหนังสือ idiom & slang เล่ม 1 “ชำแหละสำนวนอังกฤษ” ดู ท้ายเล่มมีศัพท์สแลงเพียบฮะ รับประกัน แหม่… tie in ขายของได้เลยนะฮะ :p)

AI WEIWEI ศิลปินจอมขบถ / นักเลงคีย์บอร์ด / หอกข้างแคร่รัฐบาลจีน !!! (2)


“If there is no free speech, every single life has lived in vain.”

(ถ้าปราศจากเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ทุกชีวิตก็คงอยู่อย่างไร้ซึ่งความหมาย)

Screen-Shot-2013-02-21-at-10.02.19-AM

นอกจากการใช้งานศิลปะเป็นสื่อกลางในการวิพากษ์สังคมแล้ว ไอ้เว่ยเว่ยให้ความสำคัญกับสื่ออินเตอร์เน็ตอย่างมาก และเขาใช้มันเป็นช่องทางในการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง สังคม และวัฒนธรรม เขากระโดดเข้าสู่โลกออนไลน์ครั้งแรกในปี 2005 เมื่อเว็บโซเชียลเน็ตเวิร์กอันดับ 1 ของจีน เวยโป๋ (Weipo) ได้เชื้อเชิญให้เขาเปิดบล็อก ซึ่งเขาก็ใช้มันวิพากษ์วิจารณ์สังคมจีนและนโยบายของรัฐบาลอย่างดุเด็ดเผ็ดมัน

จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่มณฑลเสฉวน ในปี 2008 ที่มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 60,000 ราย และมีเรื่องอื้อฉาวจากคดีตึกเรียนถล่มอันทำให้มีเด็กนักเรียนเสียชีวิตหลายพันคน โดยมีข้อครหาว่าอาคารเรียนที่พังถล่มลงมานั้นมีการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐานสืบเนื่องมาจากการทุจริตคอรัปชั่น (มีการเรียกขานอาคารเรียนเหล่านี้ว่า “ตึกกากเต้าหู้”) หลังเกิดเหตุไอ้เว่ยเว่ยและทีมงานได้ลงไปสำรวจพื้นที่พร้อมกับบันทึกภาพที่เกิดเหตุ มีคำร่ำลือว่าทางการจีนพยายามที่จะบิดเบือนตัวเลขและปิดบังรายชื่อของเด็กนักเรียนที่เสียชีวิต ด้วยเหตุนั้นไอ้เว่ยเว่ยจึงได้ใช้บล็อกเป็นสื่อกลางในการรณรงค์โครงการ “นักสืบพลเมือง” เพื่อรวบรวมรายชื่อและข้อมูลของเด็ก ๆ ผู้เคราะห์ร้าย ซึ่งมีอาสาสมัครนับพันคนเข้าร่วมโครงการนี้ และในปี 2009 พวกเขาสามารถรวบรวมรายชื่อของเด็ก ๆ มาได้จำนวน 5,385 ชื่อ แต่ในเวลาต่อมาทางการจีนได้สั่งปิดบล็อกและเก็บข้อมูลทั้งหมดเข้ากรุ เท่านั้นไม่พอตัวไอ้เว่ยเว่ยที่ไปเป็นพยานให้การคดีตึกถล่มได้ถูกตำรวจซ้อมเสียจนสมองได้รับการกระทบกระเทือน ในปลายปีนั้นเขาต้องไปเข้ารับการผ่าตัดสมองในประเทศเยอรมนีโดยแพทย์วินิจฉัย ว่าเขามีภาวะเลือดออกในสมอง

emvideo-bliptv-6224199

ถึงแม้จะโดนเล่นงานจนอ่วมอรทัย แต่ไอ้เว่ยเว่ยก็ยังไม่เข็ด หลังจากที่บล็อกใน Weibo โดนปิดไปในปี 2009 เขาก็หันมาซบอก Twitter และอุทิศเวลาให้กับมันวันละอย่างน้อย 8 ชั่วโมง เขายังคงยืนหยัดที่จะต่อสู้เพื่อเรียกร้องเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ซึ่งเขาได้กล่าวเปรียบเปรยไว้ว่า “ช่องทางสื่อโซเชียลมีเดียก็เหมือนกับน้ำและอากาศ แต่ในประเทศจีนเราพูดถึงมันไม่ได้เลยด้วยซ้ำ”

การหาญกล้าท้าทายรัฐบาลในประเทศที่ปิดกั้นสื่ออย่างจีนนั้นมีราคาที่ต้องจ่ายแพงมหันต์! หลังสวมบทบาทนักรบไซเบอร์หัวหมู่ทะลวงฟันในการสืบสวนคดีตึกถล่มที่เสฉวนเมื่อปี 2008-2009 ชีวิตของไอ้เว่ยเว่ยก็ไม่เคยได้อยู่สุขอีกเลย สตูดิโอใหม่ของเขาที่เซียงไฮถูกรื้อทิ้ง เจ้าหน้าที่จับตาเขาทุกฝีก้าว มีการติดเครื่องดักฟังในบ้าน ตรวจสอบบัญชีธนาคาร หรือแม้แต่แฮ็คเข้าบัญชีส่วนตัวใน Google และที่หนักข้อที่สุดก็คือการจับกุมคุมขังด้วยข้อหาอาชญากรทางเศรษฐกิจ โดยทางการกล่าวหาว่าบริษัทของไอ้เว่ยเว่ยหลีกเลี่ยงภาษีและลงโทษจำคุกเขานาน 81 วัน (จนเกิดกระแส ‘Free Ai Weiwei’ ไปทั่วโลก โดยมีหัวหอกในการเคลื่อนไหวอย่างเช่นองค์กรสิทธิมนุษยชน ศิลปินและหนังสือพิมพ์ในฮ่องกง ชุมชนชาวจีนในต่างแดน และที่โดดเด่นที่สุดได้แก่องค์กรศิลปะ Creative Time ในนิวยอร์กที่ริเริ่มโครงการ ‘1001 Chairs for Ai Weiwei’ โดยรณรงค์ให้ศิลปินนำเก้าอี้ไปนั่งประท้วงอย่างสงบหน้าสถานทูตจีนทั่วโลก เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2011)

ai weiwei violin front

หลังจากได้รับอิสรภาพแล้ว ไอ้เว่ยเว่ยก็ยังคงถูกทางการคุกคามอย่างไม่หยุดหย่อนโดยการยัดเยียดข้อหาให้สารพัด รวมทั้งห้ามเดินทางออกนอกประเทศ และนั่นคงจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เขายอมยุติการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง โดยเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2013 เจ้าตัวประกาศว่าจะหยุดทวีตข้อความบน Twitter (แต่ยังคงมีการรีทวีตจากแอคเคาท์ของคนอื่น ๆ และลงโพสต์จาก Instagram)

เมื่อไม่สามารถเล่าเรื่องด้วยคำพูดได้ ไอ้เว่ยเว่ยจึงหันมา “เล่าเรื่องด้วยภาพและสัญญะ” ผ่านทาง Instagram ตัวอย่างหนึ่งที่โดดเด่นของการต่อสู้ด้วยยุทธวิธี Slacktivism ของไอ้เว่ยเว่ยคือแคมเปญ ‘Leg Gun’ ที่เขาตั้งใจจะวิพากษ์การดำเนินนโยบายต่อต้านการก่อการร้ายในประเทศจีน เจ้าตัวทำท่ายกขาข้างหนึ่งเหมือนกำลังเล็งปืนไรเฟิลอันเป็นสัญญะโต้ตอบการ ใช้อำนาจอย่างเกินขอบเขตของรัฐบาลจีนที่ใช้กำลังปราบปรามชนกลุ่มน้อยอย่าง หนัก ผลตอบรับเป็นไปด้วยดี แฟน ๆ ของไอ้เว่ยเว่ยทั่วโลกนับหมื่นคนแห่โพสต์รูปเซลฟี Leg Gun ตามเขาพร้อมกับติด hashtag อย่างเช่น #endgunviolence #gunleg #gunviolence (**หมายเหตุ** Slacktivism คือ การเคลื่อนไหวผลักดันประเด็นสังคมหรือการเมืองผ่านสื่ออินเตอร์เน็ตแบบทำน้อยแต่ได้มาก ผู้เข้าร่วมไม่ต้องลงแรงมาก ประหยัดเวลา แต่ได้กระแสตอบรับสูง ตัวอย่างเช่น การล่ารายชื่อบนอินเตอร์เน็ต หรือการพร้อมใจกันเปลี่ยนรูปอวาตาร์เพื่อแสดงจุดยืน)

10356764_650464295043459_250252696509845129_n

 ไอ้เว่ยเว่ยเชื่อว่าด้วยพลานุภาพของอินเตอร์เน็ต ในท้ายที่สุดแล้วชาวจีนจะสามารถยืนหยัดด้วยตนเอง ทำความเข้าใจโลกภายนอก และต่อสู้เพื่อชีวิตที่ดีขึ้นและรัฐบาลที่ดีขึ้น การยืนหยัดต่อสู้แบบไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหมของเขาได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับชาวจีนจำนวนหนึ่ง พวกเขาหันมาใช้อินเตอร์เน็ตเป็นช่องทางในการต่อสู้เพื่อเรียกร้องความเป็น ธรรม เปิดโปงการทุจริตของนักการเมืองท้องถิ่น และผลักดันการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม

ทิ้งท้ายกันด้วยวาทะเด็ดของไอ้เว่ยเว่ย…

“The internet is uncontrollable. And if the internet is uncontrollable, freedom will win. It’s as simple as that.”

(อินเตอร์เน็ตเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ และถ้าอินเตอร์เน็ตควบคุมไม่ได้ล่ะก็ เสรีภาพจะเป็นฝ่ายชนะ ง่าย ๆ เท่านั้นเอง”)

tumblr_n7e1q0hUV81rja5ojo1_1280

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 207 other followers