Just another WordPress.com site

ล่าสุด

An Officer and a Gentleman (สุภาพบุรุษลูกผู้ชาย)


OAAG-final-emailable

พักนี้งานแปล TV ที่ได้รับมักจะเป็นหนังยุค 80
เรื่องล่าสุดที่เพิ่งแปลเสร็จไปคือ ‘An Officer And A Gentleman’ (สุภาพบุรุษลูกผู้ชาย) ที่ขึ้นชื่อว่าเป็น 1 ในหนังดีเด่นแห่งยุค 80′ และมีฉากเลิฟซีนที่เร่าร้อนที่สุดเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว (ของคู่พระนางที่ฮ็อตที่สุดในยุคนั้น ริชาร์ด เกียร์ กับ เดบรา วิงเกอร์)

ย่อ ๆ หนังเรื่องนี้บอกเล่าเรื่องราวของ “แซ็ค เมโย” ชายหนุ่มมีปม ลูกนาวิกโยธินขี้เมาหยำเป ผู้ใฝ่ฝันจะเป็นนายเรืออากาศ เขาต้องเผชิญกับหลักสูตรสุดหฤโหดภายใต้การเคี่ยวเข็ญของครูฝึกจอมเฮี้ยบ “โฟลีย์” ระหว่างทางเขาได้พบกับมิตรแท้อย่าง “ซิด” และตกหลุมรักกับสาวสวยในท้องถิ่นอย่าง “พอลลา” ตลอดการฝึกเข้ม 13 สัปดาห์นี้จะเป็นบทพิสูจน์หัวจิตหัวใจ ความเป็นลูกผู้ชาย ความเป็นสุภาพบุรุษของเขา และยังเป็นบทพิสูจน์รักแท้ของเขากับพอลลาอีกด้วย

article-2169673-013EE4FC00000578-230_634x424

หนังเรื่องนี้เป็น drama (ที่ค่อนไปทาง melodrama) จะว่าน้ำเน่าก็ใช่ แต่มันถ่ายทอดออกมาได้สุดในแนวทางของมัน ตัวละครแต่ละตัวที่ใส่เข้ามานั้นเรียกได้ว่าไม่ขาดไม่เกิน มีที่มาที่ไป ตัวละครหลักอย่างเมโย, ซิด, พอลลา ล้วนแต่เป็นตัวละครที่มีปมในใจซึ่งเกิดจากการเลี้ยงดูและสภาพแวดล้อม (ตลอดทั้งเรื่องเราจะได้ติดตามพัฒนาการของตัวละคร และการคลี่คลายปมในใจ) พระเอกเป็นคนที่เห็นแก่ตัวและกลัวความรัก (เนื่องจากขาดความอบอุ่นจากพ่อแม่ พ่อเป็นทหารเรือแก่ ๆ ที่ขี้เหล้าและบ้าหม้อ ไม่ค่อยมีเวลาให้ลูก ส่วนแม่ก็ตัดช่องน้อยแต่พอตัว ฆ่าตัวตายตั้งแต่แซ็คยังเล็ก ๆ) ส่วนครูฝึกที่ดูเหมือนจะเหี้ยมโหดอย่างโฟลีย์นั้น ตอนแรก ๆ ดูแล้วโคตรเกลียดไอ้หมอนี่เลย แต่ถ้าดูไปเรื่อย ๆ ก็จะเห็นได้ว่าเขาโหดอย่างมีเหตุมีผล (หนังให้เหตุผลว่าเพราะนักบินต้องรับผิดชอบชีวิตคนจำนวนมาก ฉะนั้นพวกเขาจะต้องแบกรับแรงกดดันทั้งทางกายและทางใจให้ได้) ขณะที่ตัวละครหญิงอย่าง “ซีเกอร์” ก็เหมือนเข้ามาเติมเต็มทั้งในแง่ของภราดรภาพของทหาร (รักใคร่กันเหมือนพี่น้องโดยไม่แบ่งแยกเพศ) และในแง่ของเฟมินิสต์แบบเล็ก ๆ (ซีเกอร์ที่เป็นนักเรียนหญิงเพียง 1 เดียวในรุ่น เป็นตัวแทนของผู้หญิงที่ก้าวตามฝัน และทำหน้าที่ได้ทัดเทียมผู้ชาย) รวมทั้งในแง่ของชนชั้น (ซีเกอร์เป็นลูกสาวของครอบครัวชนชั้นกลางที่ส่งเสริมให้เธอทำตามฝันได้ ขณะที่นางเอกพอลลาเป็นลูกสาวของครอบครัวกรรมาชนที่มีทรัพยากรจำกัด ทำให้เธอมีโอกาสทางสังคมไม่เท่าเทียมกับซีเกอร์)

6


เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้
- ริชาร์ด เกียร์ ที่หล่อเนี้ยบสุด ๆ ในหนังเรื่องนี้ ตอนนั้นเขาอายุ 33 ปีแล้ว (โกงอายุชัด ๆ ! 555) และที่จริงเขาไม่ใช่ตัวเลือกแรกด้วย ผกก. ทีแรกตั้งใจจะให้นักร้องคันทรีชื่อดัง จอห์น เดนเวอร์ รับบทพระเอก รวมทั้งได้ทาบทาม จอห์น ทราโวลตา ไว้ด้วย (ทราโวลตาปฏิเสธเช่นเดียวกับที่เคยบอกปัดหนัง American Gigolo ที่มีเกียร์มาเสียบแทน และทั้ง 2 เรื่องต่างก็เป็นหนังที่สร้างชื่อให้เกียร์แจ้งเกิดอย่างแท้จริง)

richard-gere-an-officer-and-a-gentleman

- หลุยส์ กอสเซ็ต จูเนียร์ ที่รับบทเป็นครูฝึกพันธุ์ดุ โฟลีย์ เขาได้รับรางวัลออสการ์ในสาขาดาราสมทบชายยอดเยี่ยม (ปี 1982)

An-Officer-and-a-Gentleman-0123

- เลิฟซีนสุดฮือฮาของ ริชาร์ด เกียร์ กับ เดบรา วิงเกอร์ นั้น มีการร่ำลือกันว่าทั้งคู่เล่นจริงอะไรจริง แต่เกียร์เคยให้สัมภาษณ์ว่าไม่ถึงขั้นนั้น เพียงแต่ทีมงานให้บรรยากาศที่เป็นส่วนตัวแก่นักแสดงทั้งคู่ในฉากนี้ค่อนข้าง มาก พวกเขาก็เลยถ่ายทอดออกมาได้อย่างแนบเนียนและซาบซ่านสุด ๆ

an-officer-and-a-gentleman-1982--02

- มอเตอร์ไซค์คู่ใจของพระเอกคือ Triumph Bonneville รุ่น T140E ขนาด 750cc

- เพลงธีมเพราะ ๆ ในหนังเรื่องนี้ ได้แก่เพลง “Up Where We Belong” ของ Joe Cocker

- ‘An Officer And A Gentleman’ อาจถือเป็นผลงานมาสเตอร์พีซของ ผกก. Taylor Hackford เลยก็ว่าได้ เพราะมันเป็นหนังที่ได้ทั้งเงินทั้งกล่อง ขณะที่ผลงานเรื่องต่อ ๆ มาของเขาส่วนใหญ่จะแป้ก (ยกเว้น ‘Ray’ ที่เป็นผลงานคืนฟอร์ม

anofficer2

Canal boats in Bangkok


DSCF0552

Canal boat in Bangkok (or ‘Rua Khlong’).  Another transportation choice to avoid traffic jam. It’s such a wild and bumpy ride!

DSCF0566
เรือคลองใน กทม. เป็นอีกหนึ่งทางเลือกการเดินทางของคนกรุงเทพที่ต้องการหลีกหนีรถติด นาน ๆ นั่งทีก็มันดีนะ แต่ให้นั่งบ่อย ๆ ก็คงไม่ไหว เพราะ น้ำในคลองไม่สะอาดเหมือนในแม่น้ำ และเป็นการเดินทางที่กระแทกกระทั้นกระเด้งกระดอนเสียเหลือเกิน (ใครเดินเหินไม่ระวัง ตอนขึ้นลงเรืออาจพลัดตกลงไปในน้ำเอาได้ง่าย ๆ คนกรุงเทพนี่เทพสมชื่อจริง ๆ คารวะ _/\_ )

พยากรณ์อากาศด้วยกาแฟ?!?


THH05

ศัพท์เด็ด ๆ สำนวนโดน ๆ แบบนี้ บ่องตง… หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว นอกจากเล่มนี้

สั่งซื้อคลิกเลย >> สำนวนจัดเต็ม สแลงจัดหนัก

 


 

พยากรณ์อากาศด้วยกาแฟ?!?

bubbles_mini

วันนี้มีเกร็ดเจ๋ง ๆ มาฝากกัน…
ว่ากันว่าเราสามารถพยากรณ์อากาศได้โดยการสังเกตฟองอากาศในถ้วยกาแฟที่เพิ่ง ชงเสร็จใหม่ ๆ (หรือจะใช้ชาร้อน โกโก้ร้อนก็ได้) ถ้าฟองอากาศเคลื่อนตัวไปแตะขอบถ้วยอย่างรวดเร็วแสดงว่าอากาศในอีก 12 ชั่วโมงข้างหน้ามีแนวโน้มจะสดใส (เพราะมีความกดอากาศสูง) แต่ถ้าฟองอากาศกระจุกตัวอยู่ตรงกลางล่ะก็ ให้เตรียมเสื้อกันฝนไว้ได้เลย เพราะมีแววว่าฝนจะตกภายใน 12 ชั่วโมง (เพราะมีความกดอากาศต่ำ)

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการทดลองที่ว่านี้อาจจะไม่แม่นเสมอไป ขึ้นอยู่กับปัจจัยแปรผันต่าง ๆ ด้วย เช่น อุณหภูมิของน้ำ, ชนิดและความเข้มข้นของกาแฟ (เขาบอกว่าจะให้แม่นเราต้องเลือกกาแฟสดชงแบบเข้ม ๆ และถ้วยกาแฟจะต้องมีด้านที่ตั้งตรง)

**ศัพท์/สำนวนจากบทความ**
– high pressure = ความกดอากาศสูง

– low pressure = ความกดอากาศต่ำ

– predict = ทำนาย

– unsettled weather = สภาพอากาศแปรปรวน

– hang around = อยู่, ป้วนเปี้ยน, วนเวียน (hang around หมายถึง คงอยู่ อยู่ที่ใดที่หนึ่ง หรือ ใช้เวลาร่วมกับคนใดคนหนึ่ง)

– wishy-washy = ไม่แน่นอน, เอาแน่เอานอนไม่ได้

————–

เครดิต
https://www.facebook.com/9gag/photos/a.109041001839.105995.21785951839/10152516813326840/?type=1

http://www.instructables.com/id/Predict-weather-with-a-cup-of-coffee/

http://www.skymetweather.com/content/2013/04/lifestyle-and-weather/predict-weather-with-a-cup-of-coffee/

http://charliesweatherforecasts.blogspot.com/2011/10/unsettled-weather.html

 

“เคียวโกะ” สวยไม่สร่าง ในวัยเลขสาม


10414399_672018752888013_7995071175129186714_n

เพื่อน ๆ แฟนละครญี่ปุ่น ยังจำ “เคียวโกะ ฟุคาดะ” (Kyoko Fukada) กันได้ไหม?

ช่วงพีค ๆ เคียวโกะดังในบ้านเราไม่น้อยเลย แม้จะหายหน้าไปจากหน้าสื่อไทย แต่เธอก็ยังมีผลงานอยู่เรื่อย ๆ ที่ญี่ปุ่นนะ

ตอนสาว ๆ เธอก็สวยแบบแบ๊ว ๆ ตอนนี้เคียวโกะอายุขึ้นเลขสาม (31) แล้ว เธอก็ยังสวยสง่าสมวัย (เนอะ ) เรียกว่าพราวเสน่ห์เลยล่ะ!

10530766_672019802887908_3775350527022829769_n 10525773_672019996221222_2073713729641049278_n 10517503_672019832887905_1171076581289614279_n 10580176_672019952887893_6503248787387506423_n

#สาวญี่ปุ่น #นางเอกญี่ปุ่น #เคียวโกะ #ไอดอล #30ยังแจ๋ว

‘Ferris Bueller’s Day Off’ (วันหยุดสุดป่วนของนายเฟอร์ริส)


 10428673_10152177638465807_2298359727878659050_n

เพิ่งได้แปลหนังจากยุค 80′ เรื่อง ‘Ferris Bueller’s Day Off’ ไป (น่าจะรอคิวฉายทางช่อง Mono 29 นะฮะ)

- พระเอก Matthew Broderick ที่เล่นเป็นเฟอริส ในเรื่องนี้ละอ่อนสุด ๆ (เหมือนว่าสไตล์ของพระเอกในยุค 80′ แทบจะเป็นพิมพ์นิยมเลย ออกแนวหล่อใส ๆ น่ารัก ทะเล้น อีกคนหนึ่งที่เป็นไอคอนเลยคือ Michael J. Fox) หนังเรื่องนี้เป็นหนังแจ้งเกิดของเขาอย่างแท้จริง โดยตัวเขาเองบอกว่าทุกวันนี้ก็ยังมีคนมาทักเขาว่าเป็นเฟอริส บิวเลอร์ อยู่เลย

- หนังเรื่องนี้เรียกได้ว่าเป็นลายเซ็นของ ผกก. John Hughes ก็ว่าได้ (แนวถนัดของเขาคือ comedy) หนังอีกเรื่องที่เขาเขียนบทแล้วดังกระฉูดคือ ‘Home Alone’ นั่นเอง (สไตล์ของพระเอกกวน ๆ กะล่อน เจ้าเล่ห์เพทุบาย ชอบเล่นเครื่องยนต์กลไก ดูแล้วนึกถึง Ferris Bueller เลย)

bueller3

- หนังเรื่องนี้สะท้อนภาพลักษณ์ของยุค 80′ ได้ดีทั้งในแง่ของวัฒนธรรม แฟชั่น ดนตรี เทคโนโลยี ฯลฯ (หลายอย่างก็ยังร่วมสมัยอยู่ แต่บางอย่างพอมาดูใน พ.ศ. นี้ก็เชยไปแล้ว เครื่องซินธิไซเซอร์ที่พระเอกเล่นสมัยนั้นนี่คงจะเดิ้นสุด ๆ แต่จะสังเคราะห์เสียงสักเสียงหนึ่งได้ต้องใช้ทั้งคีย์บอร์ด แผ่นฟล็อปปี้ขนาดเกือบเท่ากระดาษ A4 ฮ่า ๆ ๆ เป็นสมัยนี้มีโน้ตบุ๊คตัวเดียวเอาอยู่)

- เรื่องย่อ ๆ ของหนังเรื่องนี้พื้นมาก คือพระเอกหนุ่มมัธยมจอมกะล่อน “เฟอริส บิวเลอร์” วางแผนจะโดดเรียนโดยแกล้งทำเป็นป่วย แต่ในแค่ 1 วันนั้นที่เขาชวนพรรคพวก แคเมอรอน และแฟนสาวสโลน ไปโดดเรียนกันก็มีเหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย (มีส่วนผสมของ road movie และ coming of age) จุดเด่นของหนังเรื่องนี้ที่ผมเห็นคือ “การเล่าเรื่องอย่างมีจังหวะจะโคน” และการใช้เทคนิคเล่าเรื่องแบบ breaking the fourth wall โดยให้พระเอกหันมาพูดกับคนดูถ่ายทอดความรู้สึกในใจ นอกจากนั้นการคลี่คลายปมของเพื่อนพระเอกที่เป็นคนเบื่อโลกอย่าง แคเมอรอน ในตอนท้ายนั้นก็ถือว่าทำได้ดีมาก

- ว่ากันว่า ผกก. John Hughes ต้องการทำหนังเรื่องนี้เพื่อบอกรักเมืองชิคาโก้ นอกจากแลนด์มาร์กอย่างเช่นตึกเซียร์สทาวเวอร์และพิพิธภัณฑ์ศิลปะของเมือง แล้ว เขาต้องการจะถ่ายทอดจิตวิญญาณของเมืองชิคาโก้ออกมาให้มากที่สุด (เขาใช้เวลาเขียนบทหนังเรื่องนี้เพียง 6 วันเท่านั้น ใช้เวลาถ่ายทำราว 3 เดือน)

ferris-buellers-day-off-282

- หนังเรื่องนี้แจ้งเกิดดาราหลายคน นอกจาก Matthew Broderick แล้ว นางเอก Mia Sara และพระรอง Alan Ruck กลายเป็นที่จดจำของแฟน ๆ (ตัวละครหนึ่งที่ผมชอบมากคือครูใหญ่รูนีย์ ที่เล่นโดย Jeffrey Jones เรื่องนี้แกรับบทหนักจริง ๆ 555 เป็นดาราที่แค่เห็นหน้าก็ฮาแล้ว / นอกจากนี้ยังมี Charlie Sheen โผล่มาเป็นดารารับเชิญในช่วงท้าย ๆ อีกด้วย ตลกร้ายก็คือมันเหมือนเป็นการทำนายทายทักอนาคตเรื่องปัญหาการติดยาของเขาเลย)

- เกร็ดเกี่ยวกับดาราในหนังเรื่องนี้คือ พระรอง Alan Ruck ตอนเล่นหนังเรื่องนี้เขาอายุ 29 ปีแล้ว! (หน้าเด็กมาก!!) / รักนอกจอ Lyman Ward กับ Cindy Pickett ที่เล่นเป็นพ่อแม่ของเฟอริสเกิดปิ๊งปั๊งกันนอกจอแล้วแต่งงานกันจริง ๆ และพี่น้องบิวเลอร์ เฟอริส กับ จีนนี กัดกันในจอ แต่นอกจอทั้ง Matthew Broderick กับ Jennifer Grey ได้หมั้นกันในภายหลัง

- รถที่เป็นเหมือนตัวละครเด่นอีกตัวในหนังเรื่องคือ Ferrari GT California รุ่นปี 1961 (ในหนังถูกพังเสียยับเยิน 555) ราคาประมูลล่าสุดเกิน 10 ล้านดอลลาร์เลยทีเดียว

- เพลงประกอบหนังเรื่องนี้โดนหลายเพลง เช่น ‘Danke Schoen’ เพลงจากยุค 60 ที่ขับร้องโดย Wayne Newton

และเพลง ‘Oh Yeah’ ของวง Yello เพลงซินธ์ป็อบสุ้มเสียงแปลก ๆ แต่ติดหู

- ประโยคเด็ดประโยคหนึ่งของเฟอริสในหนังที่ผู้คนชื่นชอบได้แก่ “Life moves pretty fast. If you don’t stop and look around every once in a while, you could miss it.”

>>ข้อมูลเพิ่มเติม<<
http://www.esquire.com/blogs/culture/things-you-missed-ferris-buellers-day-off

http://www.shortlist.com/entertainment/films/15-things-you-%28probably%29-didnt-know-about-ferris-buellers-day-off

“โค้กใส่ถุง!?!”


THH05

ศัพท์เด็ด ๆ สำนวนโดน ๆ แบบนี้ บ่องตง… หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว นอกจากเล่มนี้

สั่งซื้อคลิกเลย >> สำนวนจัดเต็ม สแลงจัดหนัก


 นายเบอทได้เห็น share status จากเว็บ BuzzFeed มันฮามากจนต้องเอามาฝากกัน

https://www.facebook.com/BuzzFeed/photos/a.90324480328.112010.21898300328/10152639659645329/?type=1&theater

โค้กใส่ถุง นวัตกรรมสุดภาคภูมิของคนไทย อิอิ

เริ่มจากเพจเขาแชร์รูป “โค้กใส่ถุง” ในเมืองไทย แล้วพิมพ์กำกับไว้ว่า…

“Did you know that they sell Coke by the bag in Thailand?”

(คุณรู้ไหมว่าพวกเขาขายโค้กใส่ถุงกันในเมืองไทย?)

มันมาฮาไอ้ตรง top comment นี่แหละครับ

คุณผู้หญิงผู้รวยอารมณ์ขันคนหนึ่งตอบแซวว่า…

“They sell coke by the bag in America too, it’s just illegal. And white.”

(พวกเขาก็ขายโค้กใส่ถุงกันในอเมริกาด้วยนะ เพียงแต่ว่ามันผิดกฎหมาย และมันเป็นสีขาว)

5 5 5


ความฮาของมันอยู่ตรงคำว่า ‘Coke’ นี่แหละครับ

Coke ในภาษาสแลงมันหมายถึง Cocaine (โคเคนเป็นยาเสพย์ติดชนิดหนึ่ง มีคำสแลงอื่น ๆ ที่ใช้เรียกแทนโคเคน อาทิ Crack, Crystal, Flake, etc..)

เอา เป็นว่าอ่านมุกนี้กันขำ ๆ นะฮะ ได้ความรู้เรื่องศัพท์สแลงด้วย แต่ยาเสพติดเป็นสิ่งผิดกฎหมายและไม่ดีต่อสุขภาพ ฉะนั้นอย่าไปลองเลยนะจ๊ะ


ภาพนี้น่าจะเกิดเหตุที่แถว ๆ ถ.ข้าวสารนะ

ทีนี้เรากลับมาคุยเรื่อง “โค้ก” (น้ำอัดลม) กันต่อดีกว่า. . .

ทีแรกนายเบอทคิดว่าน้ำอัดลมในถุงเนี่ยเป็นของที่มีขายเฉพาะในบ้านเราและประเทศเพื่อนบ้าน

(เวลาเพื่อนต่างชาติของนายเบอทเพิ่งมาไทยใหม่ ๆ และเห็นนายเบอทซื้อน้ำอัดลมใส่ถุง พวกเขาก็จะตื่นเต้นและขอถ่ายรูปกันใหญ่

อาห์ห์ห์… มันเป็นสุดยอดนวัตกรรมของคนไทย! 555)

 


แต่ที่ไหนได้! ที่จริงโค้กใส่ถุงเนี่ยไม่ได้มีเฉพาะในเมืองไทย แต่มีอยู่แล้วในประเทศเพื่อนบ้านของเรา เช่น เมียนมาร์, ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย ฯลฯ

น้ำอัดลมใส่ถุงที่เมียนมาร์

น้ำอัดลมใส่ถุงที่ฟิลิปปินส์

 

 

 

 

 

 

 

 

 


นอกจากนั้น ที่อเมริกากลาง และอเมริกาใต้ เขาก็ขายโค้กใส่ถุงพลาสติกกันมานานแล้ว!  (มีคนแซวว่าประเทศที่ยังขายน้ำอัดลมใส่ถุงอยู่ก็คือประเทศโลกที่ 3 นั่นแหละ ฮา...)   ประเทศแถบนี้ที่ขายน้ำอัดลมใส่ถุง ได้แก่ เม็กซิโก ฮอนดูรัส คอสตาริกา เอลซัลวาดอร์ กัวเตมาลา เปรู

แหม่มสาวสวยกับถุงน้ำอัดลมในกัวเตมาลา

นอกจากนั้น ที่อเมริกากลาง และอเมริกาใต้ เขาก็ขายโค้กใส่ถุงพลาสติกกันมานานแล้ว!

(มีคนแซวว่าประเทศที่ยังขายน้ำอัดลมใส่ถุงอยู่ก็คือประเทศโลกที่ 3 นั่นแหละ ฮา…) 

ประเทศแถบนี้ที่ขายน้ำอัดลมใส่ถุง ได้แก่ เม็กซิโก ฮอนดูรัส คอสตาริกา เอลซัลวาดอร์ กัวเตมาลา เปรู

 
 
 
 
 
 
 
 
 

ถุงใส่โค้กในเอลซัลวาดอร์

ที่ประเทศเอลซัลวาดอร์ก็ขึ้นชื่อเรื่องโค้กใส่ถุงมานาน

ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว บริษัทโค้กที่นั่นก็เลยผลิตถุงโค้กชนิดพิเศษออกมาขายคู่กับเครื่องดื่มเพื่อ เอาใจชาวเอลซัลวาดอร์ซะเลย โดยถุงที่ว่านี้มีการพิมพ์ชื่อยี่ห้อบนถุง และเป็นถุงพลาสติกชีวภาพที่ย่อยสลายได้

 


ใครที่สนใจ คลิกเข้าไปดูคลิป “ถุงโค้กในเอลซัลวาดอร์” ตามลิ้งนี้ได้เลยจ้า

 


ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจากเว็บไซต์ต่าง ๆ _/\_

ดีไซเนอร์ขี้เล่น Takayuki Fukuzawa กับผลงานเซ็กซี่ซุกซน


จากเพจ @เล่นของนอก

https://www.facebook.com/LenKongNok

10401971_668449466578275_2508559192084338029_n

แหม่… แอดมันสารภาพว่าดูแต่ “จี้” จริง ๆ นะครัซ 555

ที่ #ญี่ปุ่น ดีไซเนอร์จอมขี้เล่น ทาคายูกิ ฟุคุซาวะ ที่เคยออกแบบเสื้อลายแหวกอกมาแล้ว ล่าสุดเขาออกคอลเล็กชั่นจี้สร้อยคอแสนซุกซน ‘Tanima Diver’ ที่มีตุ๊กตุ่นรูปต่าง ๆ ทำท่าดิ่งพสุธาหรือป่ายปีนอยู่บนหน้าอกของผู้สวมใส่ (ตามปลากรอบ จะให้เป๊ะสุด ๆ คนใส่ต้องดู้ม ๆ ด้วยนะครัซ ถึงจะได้ฟีล 555)

จี้รูปต่าง ๆ ที่ออกมาในคอลเล็กชั่นนี่ ได้แก่ มนุษย์เงินเดือนเหินหาว, นักกระโดดน้ำ, มนุษย์อวกาศ, นักปีนเขา และสุนัข

10553324_668450283244860_7338738799190416693_n

10520103_668450536578168_731709609832642340_n

10527481_668450429911512_4802489742884407201_n

10527276_668450503244838_3260625799314328157_n

 

เผื่อใครไม่เห็น “#เสื้อลายแหวกอก
ผลงานฮือฮาชิ้นก่อนหน้าของ ทาคายูกิ ฟุคุซาวะ
ดีไซเนอร์ที่ขึ้นชื่อในเรื่องอารมณ์ขัน ผลงานของเขามักจะแฝงไว้ด้วยความเซ็กซี่ซุกซนเสมอ

10565030_668456739910881_1656455113489644496_n

สนับสนุนโดย Sagami Original 0.02

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 198 other followers